Service Mind คุณสมบัติสำคัญที่ทุกอาชีพควรมี

หลายคนเข้าใจว่า Service Mind ถือเป็นหัวใจสำคัญของงานบริการ แต่แท้จริงแล้คนทุกๆอาชีพควรจะมีคุณสมบัตินี้  เพราะทุกๆอาชีพนั้นต่างก็มีหน้าที่ในการให้บริการผ่านงานที่ตนเองทำ  ไม่เฉพาะแต่คนที่ทำงานบริการที่ต้องให้บริการแก่ลูกค้าเท่านั้น

หากคุณกำลังจะก้าวเข้าสู่ตลาดแรงงาน เป็นผู้สมัครงานหน้าใหม่ หรือ เคยผ่านการทำงานมาแล้วก็ตาม สิ่งที่ผู้สมัครงานทุกคนควรพกไปด้วยและแสดงให้นายจ้างเห็นคือความมีใจในการบริการหรือ Service Mind นั่น เอาหลายครั้งในการสมัครงานผู้สมัครงาน www.jobtopgun.com มีคุณสมบัติใกล้เคียงกันในด้านคุณวุฒิการศึกษา ความสามารถ ประสบการณ์  ทักษะ  การที่ผู้ประกอบการจะเลือกใครสักคนให้ได้งานนั้น ก็มาจากการดูว่าคนคนนั้นมีพื้นฐานของ Service Mind หรือไม่ เพราะหากมีแล้วการทำงานร่วมกันและทำงานร่วมกับบุคคลอื่นนอกองค์การจะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นมาก

เพื่อให้ผู้สมัครงาน มีการพัฒนาตัวเองให้มี  Service Mind  เรามาดูกันว่า คนที่มี Service Mind นั้นเป็นอย่างไร เพื่อที่คุณจะได้ยึดเป็นแบบอย่าง

  1. ยิ้มแย้มเข้าไว้ เพื่อให้คนที่มารับบริการไม่ว่าลูกค้า หรือ คนภายในองค์การ เกิดความรู้สึกดี ๆ เวลาเข้ามารับบริการ  ฝึกยิ้มบ่อย ๆ โดยฝึกยิ้มกับกระจก เวลาพูดให้มองกระจกไปด้วย ยิ้มไปเพื่อให้เกิดรอยยิ้มในน้ำเสียง
  2. ฝึกให้ตัวเองพร้อมต่อการทำงานที่รวดเร็วและมีคุณภาพ ลดข้อผิดพลาดในการทำงานให้ได้มากที่สุด
  3. ส่งมอบมูลค่าเพิ่มให้กับผู้รับบริการ ทำให้บริการของคุณเกิดคุณค่าสูงสุด เกิดความพึงพอใจสูงสุด ต่อผู้รับบริการ และปรารถนาจะกลับมาใช้บริการอีกครั้ง
  4. สร้างความประทับใจแรกพบให้น่าประทับใจมากที่สุด ดูแลในเรื่องบุคลิก การแต่งกายให้สะอาด สุภาพ ถูกกาลเทศะ ดูดีในภาพรวม
  5. มีความมั่นใจในการทำงาน และไม่ลืมที่จะแสดงความสุภาพอ่อนโยนทำให้ผู้ที่พบเห็นหรือมีปฏิสัมพันธ์ด้วย รู้สึกประทับใจในความอ่อนน้อมถ่อมตน
  6. มีความอดทน รู้จักควบคุมอารมณ์ แก้ปัญหาอย่างชาญฉลาดไม่ทำให้ผู้ที่ต้องการขอความช่วยเหลือรู้สึกว่าถูกทำให้ขัดใจ เรื่องนี้ทำยากพอสมควรต้องอาศัยประสบการณ์
  7. การให้บริการที่ดี ไม่ใช่การทำตามใจทุกคน แต่ต้องอยู่บนความถูกต้อง ดีงาม ด้วย ม่จำเป็นต้องทำสิ่งผิดเพื่อเอาใจใคร
  8. ยืนหยัดในสิ่งที่ทำ ไม่ว่าจะเจออุปสรรคปัญหาสักกี่ครั้ง ก็ไม่ท้อถอย แม้เจอคำตำหนิ ต่อว่า หรือ ก็ต้องอดทน ในขณะเดียวกันการไม่แก้ตัวเป็นสิ่งที่ดีแต่ต้องแก้ไขปัญหาได้ด้วย
  9. ไม่แบ่งแยกหรือเลือกที่รักมักที่ชัง ให้การบริการและช่วยเหลือผู้ที่มาติดต่อประสานงานอย่างเสมอภาคกัน
  10. ไม่ว่าจะทำงานในตำแหน่งใดก็ต้องอุทิศตนให้กับงานที่ทำ ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่

 

หากคุณสามารถพัฒนาตัวเองให้มี Service Mind ได้แล้วนั้น มันจะสะท้อนออกมาในการทำงานของคุณไม่ว่าจะในตำแหน่งงานใดก็ตาม คนแบบนี้องค์การต้องการเป็นที่สุด เพราะว่าจะไม่สร้างปัญหาให้องค์การอย่างแน่นอน

 

Please follow and like us:

อยากเป็นแอร์โฮสเตส ใช่ไหม ตรวจสอบคุณสมบัติต่อไปนี้ด่วนๆ

อาชีพในฝันของสาวๆหลายๆคนก็คือการได้ติดปีกนางฟ้า เป็นพนังงานต้องรับบนเครื่องบินหรือ แอร์โฮสเตส นั่นเอง อาชีพที่ทำให้เด็กสาวหลายๆคนมีภาพฝันถึงการแต่งชุดยูนิฟอร์มสวยงาม เกล้าผมสวยๆ มีบุคลิกดีๆ  มีรอยยิ้มที่ดึงดูดสายตาของผู้คน สามารถสร้างความประทับใจและสร้างความอุ่นใจให้กับผู้โดยสารได้

นอกจากภาพลักษณ์ที่ดีของผู้ที่มีอาชีพแอร์โฮสเตสแล้ว สิ่งที่ตามมายังเป็นที่มีโอกาสดีๆอีกมากมาย ทั้งการได้ไปเที่ยวต่างประเทศ  การได้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร  ค่าตอบแทนที่ดี สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งดึงดูดสาวๆให้สนใจสมัครงานในอาชีพนี้ แต่ไม่ใช่จะเป็นกันได้ง่ายๆ เพราะนอกจากบุคลิกดี มีความพร้อมแล้วเรื่องของใจในการให้บริการความอดทนและความกล้าตัดสินใจยังเป็นสิ่งที่ต้องมีพร้อมในผู้ที่จะมาทำหน้าที่แอร์โฮสเตส

หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่สนใจสมัครงานในอาชีพนี้แล้วละก็จงเตรียมตัวให้พร้อมและพัฒนาตัวเองให้มีคุณสมบัติต่อไปนี้ หากทำได้การสมัครงานในตำแหน่งแอร์โฮสเตส ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป คุณอาจเป็นสาวคนต่อไปที่ได้ติดปีกเป็นนางฟ้าของสายการบินชั้นนำก็เป็นได้ งาน ท่องเที่ยว งานโรงแรม ลองนำข้อแนะนำเหล่านี้ไปใช้ในการเตรียมความพร้อมของคุณดูนะ น่าจะช่วยได้ไม่มากก็น้อย

  1. มีใจรักการบริการ เป็นคุณสมบัติสำคัญ และหัวใจของแอร์โฮสเตสเพราะคุณจะต้องตอบคำถาม หรือแก้ปัญหาให้แก่ผู้โดยสาร รวมถึงการทำให้ผู้โดยสารพึงพอใจ ที่ได้รับการบริการที่ดีที่สุด
  2. ฝึกการวางตัวและบุคลิกภาพ เพราะนอกจากจะทำห้าที่บริการแล้ว แอร์โฮสเตสเป็นเสมือนหน้าตาให้กับสายการบิน ดังนั้นควรดูแลเครื่องแต่งกายและบุคลิกภาพ ให้ดูสง่า สะอาด และดูสดใสอยู่เสมอ เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่าง เล็บ และทรงผม ก็ไม่อาจมองข้ามได้
  3. ทำตัวให้มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวได้ง่ายในสถานการณ์ต่างๆ เพราะการ ในฐานะลูกเรือ ต้องได้ทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมวิชาชีพในหลากหลายตำแหน่งงาน ต้องเจอสถานการณ์แตกต่างกันออกไป การปรับตัวได้ตลอดเวลาจะส่งผลดีต่อการทำงาน และยังอาจจะต้องเจอกับการเปลี่ยนแปลงของ ตารางบิน หรือถูกเรียกแทน ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม หรืออาจจะต้องมีการย้ายที่อยู่ไปในประเทศต่างๆ ดังนั้นต้องเจอกับการปรับตัวพื้นฐาน เช่น วัฒนธรรมใหม่ อาหารการกิน เป็นต้น
  4. ต้องสามารถทำงานเป็นทีมและสามารถมีบทบาทเป็นส่วนหนึ่งของทีมได้ ในบางสถานการณ์ต้องเป็นผู้นำต้องตัดสินใจ และในหลายสถานการณ์ที่ต้องเป็นผู้ตามที่ดี และสนับสนุนการทำงานหรือการตัดสินใจของผู้นำ เพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ฉุกเฉินที่เกิดขึ้น
  5. เปิดใจกับวัฒนธรรมที่แตกต่างและหลากหลาย แน่นอนว่านอกจากจะเจอเพื่อนร่วมงานที่มาจากหลายเชื้อชาติ ยังต้องพบกับผู้โดยสารจากนานาชาติที่อาจมีความต้องการการบริการที่แตกต่างกันไป การเข้าใจวัฒนธรรมการบริการบางประการของคนแต่ละชาติจะช่วยให้คุณสามารถสร้างความประทับใจได้มากทีเดียว
  6. แสดงความเป็นมิตร เอาใจเขามาใส่ใจเรา จริงใจในการให้บริการผู้โดยสาร ให้ใจในการทำงานกับเพื่อนร่วมงานก็เช่นกัน มีความเห็นใจผู้อื่น ทำหน้าที่ในส่วนของตัวเองให้ดีเยี่ยมและสนับสนุนการทำงาของทีมเพื่อให้การบริการยอดเยี่ยม

 

Please follow and like us:

ขอต้อนรับเข้าสู่วงการ Finance และมารู้จักนักบริหารการเงินกันเถอะ

คุณเคยได้ยินใช่ไหมกับตำแหน่งนักการเงิน และพอรู้ใช้ไหมว่ามีสิชาชีพหนึ่งที่เรียกกันว่าวงการ Finance เขาเหล่านี้ไม่ได้ทำงานในไฟแนลที่ให้เครดิตในการซื้อรถนะ ไม่ใช่  ไม่ใช่     แต่ งาน การเงิน  (Finance) นั้นครอบคลุมถึงตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารด้านการเงิน ไม่ว่าจะเป็น งานหลักทรัพย์และวาณิชธนกิจ (Securities and Investment Banking) งานธนาคาร (Banking) งานการเงินของบริษัท (Corporate Finance) และงานจัดการลงทุน (Fund Management)

ตำแหน่งงานด้านการเงิน มีหน้าที่ การวางแผนการจัดระเบียบ การควบคุมกำกับกิจกรรมทางการเงินในบริษัท เช่น การจัดซื้อ และการใช้ประโยชน์จากเงินทุนขององค์กรให้มีประสิทธิภาพ  การเปิดรับสมัครงานในตำแหน่งนี้มักเจาะจงไปที่ผู้ที่จบการศึกษามาจาก คณะบริหารธุรกิจบัณฑิต (สาขาการเงิน) หรือ เศรษฐศาสตรบัณฑิต (สาขาเศรษฐศาสตร์การเงิน) เนื่องจากงานทางด้านการเงินเป็นงานที่อาศัยความรู้ความสามารถเฉพาะด้าน  แต่ก็ใช่ว่าจะปิดกั้นในการรับสมัครงานผู้ที่ไม่ได้จบสาขาดังกล่าว เพราะสามารถที่จะไปอบรมและได้ใบรับรองที่เกี่ยวเนื่องกับงานด้านการเงิน เพื่อมาสมัครงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องได้

พูดถึงเรื่องเงินๆทองๆ  แน่นอนเลยว่าผู้ที่จะมาทำงานในวงการนี้ ต้องมีคุณสมบัติเดนชัดในเรื่องความละเอียดรอบคอบ และความรับผิดชอบในการทำงาน   มีทักษะด้านการบริหารจัดการ และสามารถทำงานเป็นทีมได้  มีความรู้ความสามารถ และทักษะการบริหารการเงินเป็นอย่างดี  และที่จะทำให้คุณเป็นผู้สมัครงานที่โดดเด่นมากคือการมีความสามารถให้การโน้มน้าวใจผู้อื่น

กรณีที่คุณทำงานด้านการเงินของบริษัท หรือ เป็นฝ่ายการเงินของบริษัท คุณจะมีหน้าที่ บริหารจัดการการเงินของบริษัท เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินกิจการต่าง ๆ รวมทั้ง ดูแลการใช้เงิน และจ่ายเงิน เช่น การซื้อวัตถุดิบ การควบคุมจำนวนสินค้าระหว่างผลิต กำกับดูแล การวิเคราะห์ จัดทำและนำเสนอการวางแผนการดำเนินงานการเงินทั้งระยะสั้น และระยะยาว ได้อย่างเป็นระบบนำเสนอการบริหารสภาพคล่องทางการเงิน และประมาณการงบประมาณ ของฝ่ายงานต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับ กิจกรรมต่าง ๆ ของบริษัทฯ  จัดทำและนำเสนอตัวเลขทางด้านการเงิน และจัดทำรายงานการดำเนินงานทางด้านการเงิน  จัดทำ และวางแผนการจ่ายเงิน และควบคุมการรับ-จ่ายเงินของบริษัท จัดทำ และนำเสนอแผนการใช้เงินลงทุน ทั้งระยะสั้น และระยะยาว เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจทางธุรกิจแก่ผู้บริหาร

ตำแหน่งสูงสุดสำหรับสายงานการเงินในบรัษัท   คือ  หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารทางการเงิน หรือที่เรียกกันว่า Chief Financial Officer และที่เรียกกันเข้าใจง่ายๆก็คือ  CFO นั่นเอง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่สำคัญมาก

สายงานนี้เป็นที่ต้องการสูง  และเป็นสายงานที่สามารถทำได้ในหลายหน่วยงาน ทั้งทางภาครัฐ และเอกชน และนอกจากจะทำงานในองค์กรยังสามารถรับงานอิสระได้อีกด้วย เช่น การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งมีหน้าที่ในการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลให้กับลูกค้าที่มาขอคำแนะนำ เช่น การลงทุนในหุ้น การซื้อกองทุน การจัดการภาษี เป็นต้น

Please follow and like us:

เมื่อต้องไปสัมภาษณ์งานบริษัทญี่ปุ่น ควรเตรียมตัวอย่างไร

การได้ทำงานร่วมกับบริษัทญี่ปุ่นชั้นนำเป็นความปรารถนาของคนหางาน หลากหลายคน เพราะเป็นบริษัทที่มีความมั่นคง ให้ค่าตอบแทนสูง และมีแนวทางในการพัฒนาพนักงานที่ดี ผู้สมัครงานหลายคนจึงนิยมที่จะสมัคร งานบริษัทญี่ปุ่น  ขนาดใหญ่ แม้ว่าบริษัทเหล่านั้นจะเป็นบริษัทข้ามชาติแต่ก็ยังคงมีวัฒนธรรมในองค์กรแบบญี่ปุ่น การที่ผู้สมัครงานจะเข้าสัมภาษณ์งานนั้นจึงต้องเรียนรู้วัฒนธรรมและมารยาทในการเข้ารับสัมภาษณ์งานให้ดี ซึ่งเรานำข้อแนะนำดีๆมาบอกกันด้วยจ้า

  1. สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนสัมภาษณ์    สิ่งสำคัญที่จะลืมไปไม่ได้เลย แน่นอนว่าต้องเป็น Resume ซึ่ง Resume ที่เตรียมไป ต้องเป็นแบบญี่ปุ่น หรือเรียกว่า    Rirekisho   สมุดโน็ต  สำหรับจดบันทึกเรื่องสำคัญต่างๆ ระหว่างการสัมภาษณ์ การใช้มือถือระหว่างการสัมภาษณ์ถือว่าเป็นเรื่องที่เสียมารยาทสำหรับคนญี่ปุ่น ดังนั้นเราไม่ควรจดบันทึกใส่มือถือโดยเด็ดขาด รวมทั้งไม่ควรดูเวลาจากโทรศัพท์ ควรที่จะสวมนาฬิกา
  2. การแต่งกาย ชุดที่สวมใส่ควรเลือกชุดที่ดูสะอาดตา หลีกเลี่ยงชุดที่ดูไม่เป็นทางการ และระวังไม่ให้ยับหรือเปรอะ คนที่ผมยาวก็มัดให้เรียบร้อย ตัดเล็บและโกนหนวดเครากรณีใส่สูท สีของสูท ควรเป็นสีพื้นอย่างสีกรมหรือสีเทา หรือถ้ามีลายก็ควรเป็นลายง่าย ๆ รีดให้เรียบก็จะสร้างความประทับใจ
  3. ก่อนจะเข้าไปยังสถานที่สัมภาษณ์งาน ควรตรวจสอบเอกสารที่จำเป็น พิจารณาการแต่งกายให้เรียบร้อย  ปิดโทรศัพท์มือถือ  ควรมาก่อนเวลานัดหมาย 5 – 10 นาที การมาสาย แม้แค่ 1 นาทีก็ห้ามโดยเด็ดขาดแต่การมาถึงเร็วเกินไปก็จะเป็นการรบกวนทางบริษัท จึงต้องระมัดระวัง ถ้าเหมือนจะไปสาย ควรโทรศัพท์ไปแจ้งก่อน หากไปสายอย่างเลี่ยงไม่ได้ ควรโทรไปแจ้งก่อน
  4. มารยาทการฝากตัว ซึ่งคนญี่ปุ่นนิยมทำกัน คุณอาจกล่าวคำทักทายกับพนักงานที่ดูแลอำนวยความสะดวกในการสัมภาษณ์ว่า “สวัสดีค่ะ ชื่อ…..มาสัมภาษณ์ค่ะ ฝากตัวด้วยนะคะ”
  5. มารยาทในห้องสัมภาษณ์งาน   เริ่มจากการเข้าห้องหากถูกเรียกให้เข้าไปในห้อง ให้เคาะประตูเบา ๆ ก่อนสองครั้ง เมื่อได้ยินเสียงตอบกลับ ให้เข้ามาได้ ควรตอบกลับไปว่า “รบกวนด้วยค่ะ” เมื่อเข้าห้องมาแล้วปิดประตูเบา ๆเมื่อเดินต่อมาถึงเก้าอี้ ให้หยุดยืนตรงที่ด้านซ้ายมือของเก้าอี้ สบตากับผู้สัมภาษณ์และกล่าวแนะนำตัว    เมื่อสัมภาษณ์ให้นั่งอย่างผ่อนคลาย ไม่เกร็ง และนั่งหลังตรงให้ดูบุคลิกภาพดี ให้ระวังกริยามารยาทที่ไม่ดี เช่น การกอดอกหรือนั่งไขว่ห้าง เมื่ออีกฝ่ายถามคำถามก็ให้สบตาแล้วตอบอย่างตรงไปตรงมา   และที่ขอแนะนำไว้เพิ่มเติมคือ ไม่ควรตอบคำถามแค่ ค่ะหรือไม่ค่ะ ควรจบด้วยคำพูดที่ดึงดูดจะดีที่สุด หากไม่มีความมั่นใจในการสนทนาก็ควรเป็นผู้ฟังที่ดีด้วยการสบตากับอีกฝ่าย ฟังอย่างตั้งใจแล้วพยักหน้ารับและพูดรับ
  6.  การกล่าวลาเมื่อการสัมภาษณ์สิ้นสุดลง ควรกล่าวถ้อยคำต่อกรรมการสัมภาษณ์ว่า “วันนี้ขอขอบคุณมาก ๆ ที่สละเวลามาสัมภาษณ์” จากนั้นโค้งคำนับ 45 องศา เมื่อกำลังจะออกจากห้อง หันกลับมากล่าว “ชิทสึเรชิมัส” แล้วโค้งคำนับหนึ่งครั้ง จากนั้นเปิดประตูเพื่อออกจากห้อง อย่าปิดตูเสียงดัง

 

Please follow and like us:

Google มีวิธีการคัดเลือกคนมาร่วมงานยังไงนะ

ใครๆก็รู้ว่า Google นั้นยอดเยี่ยมขนาดไหน มีใครๆหลายคนที่อยากร่วมงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีบุคลิคที่สามาร์ท และสนุกสนานแห่งนี้ และคนที่จะร่วมงานกับ Google ที่ต้องมีอะไรที่เยี่ยมยอดไม่แพ้กันแน่ๆ ในฐานะคนหางานคนหนึ่งคุณอยากรู้ไหมว่าคนที่มา สมัครงาน Google ต้องผ่านบททดสอบอะไรบ้าง และบริษัทระดับโลกแห่งนี้มีมีวิธีการคัดเลือกคนมาร่วมงานยังไงนะ วันนี้เราไปหาข้อมูลมาฝากคนหางานทุกคนแล้ว มาส่องกันเลยว่าเขาทำยังไงนะ

เริ่มต้นกับสิ่งที่ Google มองหาในตัวผู้สมัคร Google ต้องการคนที่มี  GigaBRIGHT หรือ หลักแหลมและมีไหวพริบความรู้รอบตัวสูง  และปฏิเสธคนที่ไม่มีความคิดเห็น และบริษัทไม่สามารถเรียนรู้อะไรจากคนๆนั้นได้เลย   ยังต้องการเห็น  Peopletential หรือ ศักยภาพที่พัฒนาได้ คนที่จะสร้างประโยชน์และเป็นแรงขับเคลื่อนให้บริษัทเดินไปในทิศทางที่ดีได้ นอกจากนั้นยังสามารถปรับตัวอยู่รวมกับวัฒนธรรมขององค์กรได้อีกด้วย  คนที่โดเด่นและน่าสนใจสำหรับ Google ต้องสามารถ Smell like ‘Done’ Spirit คือ คนที่มีความพยายามจะทำงานให้สำเร็จ  คนที่มีความกระตือรือร้น ตั้งใจ และสนใจที่อยากจะทำงานจริงๆ และมุ่งมั่นที่จะ Come Together รวมกัน Google เป็น ‘หนึ่ง’ หากคุณมีความเป็นผู้นำ สามารถผลักดันทีมได้และสามารถทำงานร่วมกับคนอื่นได้เป็นอย่างดีมีโอกาสมากทีเดียวที่จะได้ร่วมงานกับบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนี้ นอกจากนั้นยังมองหาคนที่มี  ทักษะรอบตัว มีความสามารถหลากหลาย มีทักษะหลายด้าน และมีความสนใจในสิ่งเฉพาะทาง  และไม่จ้าง คนที่อยู่เพื่อทำงานอย่างเดียว และแน่นอนเรื่องจริยธรรมไม่อาจมองข้ามได้ Google มุ่งมั่นที่จะจ้างคนที่มีจริยธรรม และ จรรยาบรรณอันดีงาม

มาถึงวิธีการคัดเลือกผู้ที่จะมาร่วมงานกับ Google พบว่า มี 5 คำถามสุดล้ำที่ “Google” เคยใช้สัมภาษณ์ผู้สมัครงาน ลองมาดูสิว่ามีอะไรและคุณจะหาคำตอบว่าอย่างไร

  1. มีลูกบิลเลียดอยู่ 8 ลูก หนึ่งในนั้นมีน้ำหนักมากกว่าลูกอื่นๆ อยู่นิดหน่อย ถามว่าเราต้องนำลูกบิลเลียดไปชั่งบน ตาชั่งสองแขน กี่ครั้ง ถึงจะรู้ว่าลูกไหนน้ำหนักไม่เหมือนเพื่อน
  2. มีการพบศพชายคนหนึ่งในทะเลทราย ในมือของเขาถือก้านไม้ขีดอยู่ ไม่มีเบาะแสอะไรอื่นอีกเลย ลองจินตนาการอย่างสมเหตุสมผลหน่อยว่าเขาตายได้อย่างไร
  3. ต้องการน้ำ 4 ลิตร แต่มีเหยือกขนาด 3 ลิตรและ 5 ลิตรอยู่ คุณจะทำยังไงให้ได้น้ำปริมาณ 4 ลิตรพอดีเป๊ะ ด้วยอุปกรณ์ที่มีอย่างจำกัดนี้
  4. คุณสร้างบ้านหลังหนึ่ง กำแพงทุกด้านของบ้านหันไปทางทิศใต้ ทันใดนั้นเองมีหมีตัวหนึ่งเดินผ่าน ถามว่าหมีตัวนั้นมีสีอะไร
  5. หมอจ่ายยา 2 ชนิดให้คุณอย่างละ 2 เม็ด ทุกเม็ดหน้าตาเหมือนกันหมดจนไม่สามารถบอกได้ว่าอันไหนเป็นอันไหน คุณต้องกินยาชนิดละ 1 เม็ด ในตอนเช้าและตอนเย็น ถ้าคุณกินผิดหรือไม่ยอมกินเม็ดใดเม็ดหนึ่ง คุณจะตายทันที ถามว่าคุณควรทำอย่างไรเพื่อให้มีชีวิตรอด

ไม่ขอเฉลยเพราะอยากให้คุณลองคิดคำตอบดู สามารถหาเฉลยได้ในอินเตอร์เน็ต  ก่อนไปหาคำตอบน่าลองคิดเล่นๆ ถ้าตอบถูกและตอบได้ดีสัก 3 ใน 5 ข้อ แบบนี้ก็น่าไปยื่นใบสมัครงานกับ Google แล้วล่ะ

 

Please follow and like us: