9 สัญญาณที่ดี บ่งชี้ว่าคุณจะได้รับการตอบรับเข้าทำงาน

เคยใช่ไหมที่จะมานั่งลุ้นว่าเราจะได้งานนี้หรือไม่ ก็ตอนที่เราไปสมัครงานนั้นอะไรก็ดูดี ถึงเวลาสัมภาษณ์งานก็ตอบได้ดีและรู้สึกอยู่ในใจว่าเขาต้องเลือกเรา การลุ้นแบบนี้บางทีก็ทำให้กังวลบางทีก็ทำให้ตื่นเต้นดีมีความหวัง ถือเป็นรสชาติสีสันของการหางานทำ

รับเข้าทำงาน

แต่ถ้าคุณจับสัญญาณดีๆจะพบว่ามีสัญญาณที่บงชี้ชัดๆว่าคุณจะหางานได้อย่างแน่นอน มาดูสิว่ามีอะไรบ้าง

  1. อยู่ๆก็มีการขอข้อมูลของบุคคลอ้างอิงที่สามารถรับรองความสามารถของคุณได้ บางที่เจอแบบนี้เราคิดว่าเพราะเขาไม่เชื่อฝีมือเรารึเปล่านะ คุณคิดผิดนะเพราะถ้าแบบนั้นเขาจะทำอย่างลับๆไม่ให้คุณรู้นะสิ แต่นี่คือการแสดงว่านายจ้างมีความสนใจในตัวคุณ จึงอยากรู้ว่าคุณคุณสมบัติอะไรน่าสนใจอีกบ้างจากคนที่สามารถให้ข้อมูลได้
  2. แนะนำคุณให้รู้จักกับทีมงาน ถือเป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่ดี บางทีนั่นเป็นวิธีที่จะดูว่าคุณและทีมมีเคมีที่เข้ากันได้หรือไม่
  3. ถูกถามเกี่ยวกับระยะเวลาในการเตรียมตัวสำหรับการเริ่มต้นงานใหม่ เช่น คุณจะจบโปรเจคจากบริษัทเดิมเมื่อไหร่ และมีอะไรที่ต้องทำต่อเนื่องหรือไม่ พร้อมจะมาร่วมโปรเจคกับทีมได้เมื่อไหร่
  4. มีการพูดคุยเรื่องเงินเดือน เช่น การถามถึง เงินเดือนในปัจจุบันของคุณ และเงินเดือนใหม่ที่คุณคาดหวัง
  5. สีหน้า อารมณ์ของทีมผู้สัมภาษณ์ เมื่อเขาพึงพอใจคุณสามารถสังเกตได้จากสีหน้าท่าทางของเขา บางทีเขาอาจยิ้มตามมารยาท แต่ถ้าเกิดความสนใจขึ้นจริงๆสิ่งเหล่านี้จะออกมาทางแววตา และท่าทีที่เขาสนใจฟังและตั้งใจถามคุณ
  6. เปิดโอกาสให้คุณถามกลับ และผู้สัมภาษณ์งานยินดีที่จะตอบคำถาม ของคุณ แสดงว่าเขาต้องการที่จะอธิบายให้คุณรู้จักกับองค์กร อยากที่จะสร้างความรู้สึกให้คุณผ่อนคลายและเริ่มแสดงให้เห็นไมตรีบางอย่าง
  7. คุณถูกสัมภาษณ์งานเป็นเวลานาน ไม่มีรวบรัดการสนทนา เขาจะพยายามทำความรู้จักกับคุณและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณ พูดถึงองค์กร และฝ่ายงานของคุณอย่างลงรายละเอียด
  8. การแสดงออกทางภาษากาย เช่น สนใจฟัง มีส่วนร่วมในการพูดคุย ถามคำถามที่ลงลึก มีการพูดเสริมประเด็นร่วมกับคุณ มีการพยักหน้า จดบันทึก ไม่มองนาฬิกาบ่อย ๆ
  9. บอกเล่าถึงวัฒนธรรมองค์กร เริ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคุณเกี่ยวกับวัฒนธรรม สไตล์การทำงานในองค์กรของเขา อย่างที่ไม่เป็นทางการ ไม่ใช่พูดถึงค่านิยมที่เป็นตัวหนังสือติดข้างฝา แต่อาจคุยไปในลักษณะเช่น ที่นี่ทำงานแบบต้องเคารพผู้ใหญ่ เด็กนอกแบบคุณรับได้ไหม หรือ พูดถึงกิจกรรมที่คนในองค์กรทำว่าคุณสนใจไหม เช่น ที่นี่เขามีชมรมหมากรุกนะเด็กใหม่ๆเข้ามาต้องไปฝากตัว คุณสนใจไหม

 

หากคนหางานจับสัญญาณดีๆอย่างนี้ได้อย่างน้อย 4 ใน 9 ข้อก็น่าจะเตรียมฉลองได้แล้วล่ะ แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นก็ถือว่านี่คืออีกหนึ่งประสบการณ์ดีๆอีกหนึ่งอย่างในชีวิตของการหางานทำ

ยอดเยี่ยมปริศนาที่จำเป็นต้องพบเมื่อไปสัมภาษณ์งาน

สำหรับหลายๆคนที่พึ่งไปสู่ตลาดแรงงานเมื่อผ่านการสมัครพนักงานไปแล้ว การเช็ดกเรียกสัมภาษณ์งานเป็นสิ่งถัดไป รวมทั้งชอบรู้สึกตื่นเต้น มีความขวยเขิน เมื่อพบปริศนาต่างๆไม่รู้จักจะตอบเช่นไรดี ก็เลยๆแล้วหลักสำหรับเพื่อการตอบปัญหาสัมภาษณ์ ควรจะตอบให้ตรงประเด็น กระชับ เหิมใจความ แสดงตัวตนรวมทั้งมีความคิดประดิษฐ์ ปริศนาสัมภาษณ์ที่ผู้สมัครทำงานชอบเผชิญ ถูกเก็บเอาไว้เพื่อมีประโยชน์สำหรับในการเตรียมพร้อม มีความรู้สึกว่าจะเป็นอีกหนึ่งทางที่จะช่วยทำให้ผู้สมัครเข้าทำงานสามารถตอบปัญหาได้ดิบได้ดีขึ้นมามองกันเลย 1.แนะนำตัวและก็เล่าเกี่ยวกับตัวคุณให้พวกเราฟังหน่อย ข้อนี้เขาอยากได้ทดลองการจัดการเวลาแล้วก็การแสดงความคิดรวบยอด ควรจะตอบด้วยเวลา 2-3 นาที ให้มีรายละเอียดครอบคลุม เว้นเสียแต่แนะนำตัวบอกความรู้ความเข้าใจ แล้วควรจะบอกเหตุผลที่ว่าเพราะเหตุไรพวกเราก็เลยเป็นผู้สมัครที่ยอดเยี่ยมสำหรับตำแหน่งนี้ ไม่ต้องเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับตนเอง เลือกที่เป็นข้อดีเพื่อทำให้คนสัมภาษณ์รู้สึกพึงพอใจในตัวคุณ 2. เพราะเหตุไรคุณมีความรู้สึกว่าเหมาะสมกับงานนี้ ให้เล่าประสบการณ์และก็ความรู้ความเข้าใจที่เคยผ่านมา ประกอบกับเหตุผล เป็นต้นว่า สิ่งที่เป็นลักษณะเด่นของคุณและก็ความไม่เหมือนจากผู้สมัครคนอื่นๆ สำหรับคนจบใหม่ให้บอกกล่าวกิจกรรมที่เคยทำมาในยุคเรียน ดังเช่น ออกค่าย ฝึกหัดงาน ทำอาชีพเสริม จดจำไว้ว่าการแสดงความเชื่อมั่นในตัวเองเป็นสิ่งดีแต่อย่างคุยไปในลักษณะคุยโว 3. ทราบไหมว่าตำแหน่งที่สมัครรับผิดชอบงานอะไร พื้นฐานทุกคนจะต้องรู้อยู่แล้วว่าหน่วยงานเปิดรับตำแหน่งนี้เข้ามาทำอะไรจาก คำชี้แจงงาน (Job Description) ควรจะตอบให้สั้นและก็กระชับแล้วก็ทำให้เห็นว่าตำแหน่งงานนี้มีความรับผิดชอบที่มีผลต่อการขับเขยื้อนหน่วยงานเช่นไร แล้วก็คุณจะปฏิบัติงานในตำแหน่งนี้ให้ส่งผลด้านบวกกับหน่วยงานและก็ข้างงานอื่นเช่นไร 4. จุดหมายระยะยาวสำหรับเพื่อการดำเนินงานของคุณเป็นอย่างไร ให้ตอบถึงสิ่งที่ต้องการทำในอนาคต และก็จะต้องบอกแนวทางที่จะทำสิ่งนั้นให้เสร็จResumeน่าจะเกี่ยวโยงกับงานที่สัมภาษณ์ ได้แก่ ดำเนินการในตำแหน่งพนักงานที่ทำหน้าที่ในการขายที่มีความชำนิชำนาญ โดยสามารถที่จะเสนอขายผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้ารายใหญ่ สามารถปรับปรุงกลุ่มขายให้มีคุณภาพ โดยที่ตัวเองเข้ารับการฝึกอบรมปรับปรุงความชำนาญรวมทั้งความรู้ความเข้าใจอยู่เสมอเวลา 5. ข้อบกพร่องของคุณเป็นอย่างไร ตอบความเป็นจริงออกไป และก็แจ้งว่ากำลังปรับปรุงแก้ไขหรือปรับปรุงควรจะบอกผลลัพธ์ข้างหลังการปรับแก้ด้วย อาทิเช่น กำลังฝึกฝนภาษาประเทศญี่ปุ่น โดยเรียนมาแล้ว 2 ครอส ผลของการทดลองรอบแรกผ่านมาด้วยดี กำลังปรับปรุงให้สามารถใช้งานได้คล่องแคล่วขึ้น 6. การบรรลุเป้าหมายสูงสุดในชีวิตของคุณเป็นยังไง เล่าความรู้สึกยินดีที่สุดในตอน 1-2 ปีของการทำงาน บอกถึงกรรมวิธี ปัญหาที่เกิดขึ้น และก็บอกทางแก้ไขปัญหา เพื่อบอกให้รู้ดีว่าคุณมีความสามารถสำหรับในการแก้ปัญหา เว้นเสียแต่เรื่องงานควรจะบอกสิ่งอื่นที่คุณพึงใจ ดังเช่นว่า สามารถดาวน์บ้านให้บิดามารดาได้ สามารถคิดเงินสดซื้อรถยนต์ได้ แต่ว่าไม่ต้องเน้นย้ำมากมายจะมองเป็นการนอกประเด็นเหลือเกิน

คนตรวจสอบเทคโนโลยีสารสนเทศควรจะรู้อะไรบ้าง

แผนกเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นถือว่าเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในหน่วยงานที่มีความหมายมากพอๆกับแผนกอื่น เนื่องมาจากข้าราชการในส่วนงานต่างๆนั้นจึงควรใช้งาน

ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศร่วมกันทั้งหมดทั้งปวง จะต้องมีการตรวจดูเทคโนโลยีสารสนเทศอยู่อย่างสม่ำเสมอเพื่อรูปแบบการทำงานของแผนกเทคโนโลยีด้านเทคโนโลยีสารสนเทศนี้มีมาตรฐานที่ดีแล้วก็มีความเป็นมือโปรมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งคนที่สำรวจระบบเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญสูงด้านงานเทคโนโลยีสารสนเทศ และก็ควรจะที่จะรู้ถึงกฎพื้นฐานทั่วๆไปสำหรับในการสำรวจดังนี้ 1. คนตรวจสอบเทคโนโลยีสารสนเทศจะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่ตนเองจะเข้าไปทำพิจารณา แน่ๆว่าควรเป็นเรื่องเกี่ยวกับเทคโนโลยีแล้วก็งานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ซึ่งนอกเหนือจากวิชาความรู้ทางด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์รวมทั้งอุปกรณ์แล้วนั้น จำเป็นต้องทราบถึงส่วนประกอบข้างนอกหรือส่วนประกอบต่างๆทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศด้วย ซึ่งถ้าหากเจอปัญหาระหว่างการตรวจทานขึ้นมาจะได้รู้อย่างถี่ถ้วนถึงปัจจัยและก็ปัญหาของการใช้งาน ต้องการหาพนักงาน เครื่องมือติดต่อสื่อสารนั้นๆเพื่อได้รับข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำเยอะที่สุด 2. คนตรวจสอบเทคโนโลยีสารสนเทศจะต้องมีความเข้าใจเกี่ยวกับกฎที่ต้องปฏิบัติมาตรฐานทางด้านความปลอดภัยแล้วก็ พระราชบัญญัติ คอมพิวเตอร์ เพื่อมีการปฏิบัติงานได้อย่างง่ายดายโดยไม่ขัดกับข้อกำหนดกฎหมายใดๆก็ตามทั้งยังยังทราบถึงมาตรฐานของด้านเทคโนโลยีสารสนเทศว่าควรจะพิจารณาเพื่อเป็นไปในแนวทางใด เพื่อหน่วยงานเป็นมือโปรแล้วก็เป็นหน่วยงานที่มีคุณภาพในด้านการพิจารณาข้อมูลมากเพิ่มขึ้น 3. คนตรวจสอบเทคโนโลยีสารสนเทศจะต้องมี CISA Certification เพื่อมีโปรไฟล์ส่วนตัวที่มีมาตรฐานและก็เป็นตัวรับรองถึงวิชาความรู้ความรู้ความเข้าใจในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างแท้จริง ซึ่งตามหน่วยงานส่วนมากถ้าเกิดมีใบประกาศนียบัตรนั้นนับว่าเป็นตัววัดขีดความสามารถเฉพาะด้านอย่างหนึ่ง ซึ่งถ้าเกิดคนตรวจสอบโนเนมกับคนที่ตรวจตราเทคโนโลยีสารสนเทศที่มีใบประกาศนั้น หน่วยงานโดยมากจะเลือกให้คนที่มีใบประกาศหรือประกอบวิชาชีพเฉพาะด้านเข้ามาปฏิบัติหน้าที่มากยิ่งกว่า ด้วยเหตุว่าเป็นตัวประกันว่าบุคคลนั้นมีความรู้และมีความเข้าใจดังที่มาตรฐานกำหนดไว้ 4. แน่ๆว่าคนตรวจสอบเทคโนโลยีสารสนเทศนั้นจำเป็นต้องมีความเข้าใจอย่างต่ำพื้นฐานด้านเทคนิค อีกทั้งในส่วนการปฎิบัติงานของตัวเอง แล้วก็คณะทำงานที่จะจะต้องเข้าไปปฎิบัติหน้าที่เพื่อเข้าไปขจัดปัญหาต่างๆอันมีสาเหตุมาจากการพิจารณาแล้วเจอจุดบกพร่องรวมทั้งสามารถขจัดปัญหานั้นได้อย่างเร็วโดยที่ไม่ต้องรอคอยค้นหาข้อมูลหรือไต่ถามจากบุคคลอื่นก่อน เพราะจะมีผลให้เสียเวล่ำเวลาแล้วก็ควรจะมีการทำงานที่เป็นขั้นตอนอีกเยอะแยะกว่าจะได้รับการจัดการปัญหาพวกนั้นได้ เพราะฉะนั้นคนตรวจสอบหรือผู้ทำงานทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศนี้ควรจะที่จะเรียนรู้ใส่ความทราบเสริมเติมอยู่เสมอเวลา โดยการต่อว่าดตามข่าวต่างๆจากแหล่งข้อมูลซึ่งสามารถเข้าถึงวิชาความรู้ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศโดยตรง และก็กระทำอัพเดทเวอร์ชั่นรวมทั้งเทคโนโลยีต่างๆให้พร้อมใช้งานได้แบบยุคใหม่ที่สุดเพื่อทันสมัยดิจิตอล ซึ่งสิ่งกลุ่มนี้จะมีคุณประโยชน์ต่อหน่วยงานเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเหตุดังกล่าวคนตรวจสอบเทคโนโลยีสารสนเทศจะต้องมีวิชาความรู้ความชำนาญในเรื่องที่ตัวเองควรต้องเข้าไปปฎิบัติหน้าที่ แล้วก็ทราบกฎเกณฑ์แล้วก็แนวทางฐานรากของงานที่ทำ ทั้งแม้มีใบประกาศนียบัตรประจำตัวไว้ก็เกิดเรื่องที่ดี ซึ่งจะมีหน่วยงานต่างๆให้การสารภาพเยอะขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย

เมื่อผู้สมัครงานอยากถามเรื่องเงินเดือน ถามอย่างไรให้ไม่น่าเกลียด

ในความคิดของคนไทยนั้นการสอบถามถึงค่าจ้าง เงินเดือนเมื่อไปสมัครงานดูจะเป็นเรื่องที่เสียมารยาท แต่จริงๆแล้วนี่คือสิทธิที่คุณควรได้รับทราบอย่างชัดเจน และควรทำความเข้าใจร่วมกันทั้งฝั่งของนายจ้างและลูกจ้าง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง

เราอยากจะบอกคุณว่าการสอบถามถึงเงินเดือนเป็นเรื่องที่ควรทำ และไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ต้องทำอย่างถูกกาลเทสะ มีจังหวะในการถามที่ดี ไม่อย่างนั้นคุณอาจกลายเป็นผู้สมัครงานที่ดูไม่รู้ความเอาเสียเลยมาดูกันสิว่าถ้าคุณไม่อยากพลาดควรถามเรื่องเงินเดือนอย่างไรให้ไม่น่าเกลียด

ก่อนที่จะสอบถามควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ ช่วงเงินเดือน ของตำแหน่งงานที่คุณสมัครงาน ว่าองค์กรที่คุณไปสมัครงานนั้นจ่ายอยู่ที่เท่าไหร่ มีสวัสดิการอะไร  ข้อมูลเหล่านี้ถ้าสามารถสอบถามจากคนในได้ก็เป็นการดี แต่ก็น้อยนักที่จะรู้ชัดเจนยกเว้นมีระบุไว้ในประกาศรับสมัครงาน

เงินเดือน Salary Survey

แต่อีกช่องทางหนึ่งที่คุณสามารถรู้ได้คือดูจาก Salary Survey  ที่มีหลายองค์กรดำเนินการศึกษา เช่น สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT)  ซึ่งจะบอกเงินเดือนของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมที่ออกมาทุกๆปี  ข้อมูลนี้นอกจากจะทำให้คุณเลือกสมัครงานในบริษัทที่เหมาะกับความต้องการของคุณเองยังใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบข้อเสนอของนายจ้างอีกว่าเป็นไปตามราคาค่าจ้างของตลาดแรงงานหรือไม่

ถามอ้อมๆ อย่าถามโพลงออกไป เริ่มถามจากเรื่องงาน พูดคุยถึงรายละเอียดของงาน ความก้าวหน้าในอาชีพเป็นการแสดงความความสนใจเรื่องตัวงานจึงค่อยเริ่มถามถึงเงินเดือนและสวัสดิการของบริษัท การเริ่มต้นที่ดีจะทำให้ผู้สัมภาษณ์ให้คะแนนบวกกับคุณไว้ในใจ และคุณเริ่มสัมผัสความรู้สึกได้ว่าผู้สัมภาษณ์งานมีความพึงพอใจและสนใจในตัวคุณและมีแนวโน้มจะรับคุณเข้าทำงาน

เงินเดือนนั้นเมาะสมกับความสามารถของคุณ

บางครั้งอีกฝ่ายจะเป็นผู้เสนอเงินเดือนและค่าตอบแทนต่างๆมาให้คุณก่อน อาจจะน้อยกว่าที่คุณคิดไว้ แต่มันไม่จบเท่านั้นนะเพราการเจรจาต่อรองสามารถเกิดขึ้นได้ โดยที่คุณต้องทำให้เขาเห็นว่าคุณมีความสามารถที่จะสร้างผลตอบแทนให้องค์กรมากพอที่เขาจะจ่ายเงินให้คุณสูงขึ้น เมื่อนั้นพวกเขาย่อมยินดีที่จะจ่ายผลตอบแทนดีๆให้คุณ

หากมีการเปิดประเด็นว่าคุณต้องการถามอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ และยังไม่มีการพูดถึงเงินเดือนจงใช้โอกาสนี้ในการสอบถามออกไปอย่างสุภาพ เพราะนี่ละคือสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์จะดูว่าคุณมีท่าทีอย่างไร หากมีคำถามกลับมาว่า

แล้วคุณต้องการเงินเดือนเท่าไหร่ คราวนี้ละคือถามตรงก็ควรตอบตรง แล้วหาเหตุผลมารองรับ โดยควรที่จะเชื่อมโยงว่าเงินเดือนนั้นเมาะสมกับความสามารถของคุณอย่างไร

โปรดรู้ไว้ว่าการสอบถามถึงเงินเดือนไม่ใช่เรื่องเสียมารยาท และควรที่จะสอบถามให้ชัดเจน ในทางตรงกันข้ามหากคุณถูกคำถาม เช่น อีกบริษัทที่คุณไปสมัครมาเสนอเงินเดือนให้คุณเท่าไหร่ คุณไม่จำเป็นต้องบอกไปเพราะจริงๆแล้วอัตราเงินเดือนของแต่ละองค์กรถือเป็นความลับ โดยตอบอย่างสุภาพไปว่า ขออนุญาตไม่ตอบคำถามนี้

เด็กที่เพิ่งจะเรียบจบมาหมาดๆจำต้องเตรียมเช่นไรเมื่อไปสมัครงาน

ทุกปีมีบัณฑิตจบใหม่ร่วมแสนคนทุกคนเมื่อเรียนจบและมุ่งหน้าเข้าสู่ตลาดแรงงาน การสมัครพนักงานเป็นสิ่งที่ทุกคนดุจว่าจำต้องทำด้วยเหตุว่าถึงเวลาที่จะนำวิชาความรู้ที่ได้มาใช้เพื่อสำหรับในการดำเนินงานจริง แม้กระนั้นผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเมื่อไปสมัครงานและจะพบว่าหน่วยงานต่างๆอยากผู้ที่มีประสบการณ์ แล้วเด็กที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆจะเอาไงดี การตระเตรียมในการสมัครงานก็เลยเป็นสิ่งจำเป็นที่เด็กที่เพิ่งจะเรียบจบมาหมาดๆทุกคนควรจะที่จะทำความเข้าใจไว้เพื่อเพิ่มช่องทางได้งาน พวกเรามาดูไปพร้อมว่าเด็กที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆควรจะที่จะจัดแจงเช่นไรเมื่อจะต้องไปสมัครงาน เริ่มจาก ตอบปัญหาตนเองให้ดียิ่งกว่าต้องการอยู่ในสายอาชีพอะไร หากว่าผู้คนจำนวนมากจะเรียนสาขาวิชาที่มีความเป็นวิชาชีพสูง ได้แก่ วิศวกรรม ศึกษาศาสตร์ การบัญชี แต่ว่าคุณไม่จำเป็นที่จะต้องปฏิบัติงานในสายอาชีพเพียงแค่นั้น จำต้องรู้สึกว่างานไหนที่เหมาะสมกับพวกเรา ทำแล้วสุขสบาย และก็คุณมีความรู้สำหรับปฏิบัติงานอะไรชีวิตการทำงานไม่เหมือนกับการศึกษาเล่าเรียนบางบุคคลเรียนไปแล้วทราบว่าเกลียดชังสิ่งที่เรียน แล้วยังจะมาดำเนินชีวิตกับสิ่งนี้อีกคุณอาจกำลังหลงทาง เมื่อเจอแล้วว่าจริงๆต้องการอยู่ในสายอาชีพอะไร ควรหาเนื้อหาเกี่ยวกับสายอาชีพนั้นๆบางทีอาจขอคำแนะนำคนใกล้ตัว เป็นต้นว่า ครอบครัว เพื่อนพ้อง หรือผู้ที่อยู่ในสายอาชีพที่พวกเราพอใจ แล้วก็คิดแผนไปสู่สายอาชีพนั้นๆบางเวลาคุณอาจจะต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มอาทิเช่น การทดลองภาษา หรือ ความรู้ความเข้าใจที่มีใบประกาศนียบัตรเพื่อใช้ประกอบกิจการสมัครไปสู่สายอาชีพที่ปรารถนา ทำแฟ้มผลงาน (Portfolio) เพื่อเก็บรวบรวมผลงาน และก็บอกให้เห็นประสบการณ์ที่มีประโยชน์ต่อการทำงาน ดังเช่นว่า ประสบการณ์การฝึกการทำงาน อบรม กิจกรรม หรืองานนอกเวลาต่างๆที่เคยทำมา ทำประวัติย่อสำหรับใช้สมัครงาน ให้มีความน่าดึงดูดใจ มากยิ่งกว่าการเขียนเพื่อบอกตามแบบฟอร์มเดิมๆจะต้องเอาใจใส่กับประวัติย่อสำหรับใช้สมัครงานให้มากมายด้วยเหตุว่านับว่าเป็นอย่างแรกที่ทำให้บริษัทได้ทำความรู้จักคุณ บ่งบอกถึงความพร้อมเพรียงของคุณต่อการทำงานในตำแหน่งงานที่สมัครแล้วก็แสดงเป้าหมายในอาชีพให้หน่วยงานได้รับทราบ จัดเตรียมเอกสารการสมัครเข้าทำงานงานอย่างรอบครอบ บ่อยครั้งการเตรียมเอกสารที่ไม่เรียบร้อยของผู้สมัครทำให้หน่วยงานไม่ยอมรับการสมัครพนักงานของคนคนนั้นไปเลยเนื่องจากว่ามันสะท้อนถึงความไม่เป็นระเบียบและก็ความรอบครอบ ให้ซีร็อกเอกสารสำคัญต่างๆการันตีสำเนาถูกอย่างถูกทาง ตระเตรียมภาพถ่ายชุดสุภาพเรียบร้อยสำหรับใช้สำหรับการสมัครงานให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอย่าใช้รูปที่สวมชุดเสื้อครุย จัดเอกสารให้ถูกเป็นลำดับ กรอกเนื้อหาเอกสารสำหรับสมัครให้ครบถ้วนสมบูรณ์ สำหรับเพื่อการยื่นเอกสารสำหรับสมัครถ้าหากจะต้องยื่นด้วยตัวเองสมัครงานแต่งตัวให้สุภาพมีมารยาท เมื่อจำเป็นต้องเข้าไปในหน่วยงาน เมื่อส่งเอกสารแล้วควรจะถามไถ่ช่วงเวลาสำหรับในการติดต่อกลับของข้าราชการรับสมัคร เพื่อที่คุณจะได้รู้การตระเตรียมสำหรับในการทดลองในลำดับต่อไป อย่าลืมกล่าวขอบคุณมากข้าราชการที่เกี่ยวกับการสมัครเข้าทำงานงาน แล้วหลังจากนั้นคอยการติดต่อกลับ ถ้าหน่วยงานพึงพอใจในตัวคุณการสัมภาษณ์หรือการทดลองอื่นๆจะเป็นลำดับถัดไป