ยกระดับให้คุณเป็นผู้สมัครงานที่น่าสนใจด้วยเรซูเม่ภาษาอังกฤษ

การเขียนเรซูเม่เป็นภาษาอังกฤษมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการสมัครงาน ไม่เพียงแต่สำหรับการสมัครงานในองค์การต่างชาติเท่านั้น  แม้แต่องค์การชั้นนำของไทยก็ควรที่จะส่งเรซูเม่เป็นภาษาอังกฤษ ทั้งนี้เพราะถือเป็นการทำข้อมูลของคุณให้มีความเป็นสากล เพราะในการพิจารณาตำแหน่งงานนั้นอาจถูกพิจารณาด้วยนายจ้างที่ไม่ใช่คนไทย  ดังนั้นคุณอาจส่งเรซูเม่ฉบับภาษาไทยคู่ไปกับภาษาอังกฤษในทุกครั้งที่สมัครงาน

ดังนั้นผู้สมัครงานต้องเรียนรู้การเขียนเรซูเม่เป็นภาษาอังกฤษ โดยมี Platform ต่างๆที่แนะนำการเขียนอย่างง่าย ได้มากมายสามารถศึกษาได้จาก Internet และมีโปรแกรมสำเร็จรูปออกมาอำนวยความสะดวกมากมาย  ผู้สมัครงานหลายคนที่ได้ผ่านการการสมัครงานในองค์การขนาดใหญ่ต่างให้ทัศนะไปในทิศทางเดียวกันถึงประโยชน์ของการส่งเรซูเม่ฉบับภาษาอังกฤษ

หลายคนที่รู้สึกว่าเรซูเม่ภาษาอังกฤษสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่น่าสนใจให้กับพวกเขาได้ หากมีการใช้ภาษาที่ดีสละสลวยและถูกต้องตามหลักภาษาอังกฤษที่ดีด้วยแล้ว ยิ่งจะเป็นการสร้างความประทับใจ และภาพลักษณ์ที่ดีให้ผู้สมัครงาน และสร้างความพอใจให้นายจ้าง อย่างน้อยในเบื้องต้นก็ทำให้นายจ้างเห็นว่าการใช้ภาษาอังกฤษจะคุณไม่มีอุปสรรคในการทำงานของคุณ

เรซูเม่ภาษาอังกฤษยังทำให้มีความสะดวกในการสมัครงาน  สามารถใช้เพื่อการสมัครงานได้หลากหลายองค์การ อย่างที่บอกไปแล้วว่าปัจจุบันองค์การชั้นนำของไทยก็มักเรียกขอเรซูเม่ภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ตามควรมีการเขียนในหลากหลาย Version เพื่อให้สอดคล้องกับงานที่ไปสมัคร โดยสามารถใช้ข้อมูลพื้นฐานอย่างเดียวกันแต่ควรเปลี่ยนในเรื่องของความสามารถพิเสาและความสนใจเฉพาะของคุณให้สอดคล้องกับงานที่สมัคร

นอกจากนี้การใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อความถึงศัพท์เฉพาะ ที่เกี่ยวเนื่องกับวิชาชีพจะสร้างความเข้าใจให้ผู้รับสารได้ดีกว่า คุณสามารถใช้คำเหล่านี้ในเรซูเม่ได้ และทำให้ผู้อ่านเกิดความเข้าใจได้ง่าย อีกทั้งภาษาอังกฤษนั้นเมื่อเขียนออกมาจะต่างจากภาษาไทยในเรื่องรูปประโยค ซึ่งมักจะมีการสื่อความที่ตรงไปตรงมาไม่ฟุ่มเฟือยเหมือนภาษาไทย จะช่วยให้การจัดเรียงข้อความในเรซูเม่ออกมาอย่างครบถ้วนและไม่ยาวเกินไปด้วย

เรซูเม่ถือเป็นด่านแรกของการสมัครงาน เป็นเหมือนอาวุธที่จะทำให้เกิดความประทับใจในตัวผู้สมัคร คุณสามารถจ้างเขียนเรซูเม่ภาษาอังกฤษได้ หากไม่มั่นใจในระดับความสามารถทางภาษา แต่อย่างไรก็ตามต้องศึกษาและพยายามที่จะเขียนขึ้นมาเองจะดีกว่า  เพราะหลายคนมีการเขียนเรซูเม่ภาษาอังกฤษออกมาด้วย ภาษาสวยงามทำให้หลายองค์กรคาดหวังในความสามารถทางภาษาแต่ก็กลับต้องผิดหวังเมื่อเรียกไปสัมภาษณ์งาน ดังนั้นจงอย่าวิ่งหนูการใช้ภาษาอังกฤษ เพราะอย่างไรในโลกการทำงานคุณก็ไม่อาจหลีกหนีมันได้

สร้างแบรนด์ให้องค์กร อาวุธสำคัญในยุคสงครามค้นหาดวงดาว

 

องค์การ ไม่ได้ต่างจากสินค้าอย่างหนึ่ง การสร้าง “แบรนด์” ที่ตัวสะท้อนอัตลักษณ์จึงเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญที่ทำให้องค์กรของคุณโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง   และไม่เท่านั้นการที่แบรนด์องค์การของคุณมีคุณค่าในสายตาคนทั่วไปจะช่วยดึงดูดพนักงานที่ “ใช่” ให้มาร่วมเป็นหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนแบรนด์

ยุคนี้ ไม่ใช่แค่ผู้สมัครงานต้องทำตัวให้น่าสนใจ องค์การก็ต้องนำเสนอตัวเองให้น่าสนใจ เพื่อดึงดูดผู้สมัครงานให้สนใจเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งขององค์การ ผลดีของการที่องค์การมีแบรนด์ที่เข้มแข็ง นั้นมีนานัปการ

สิ่งทีเห็นได้ชัดคือ องค์การที่โดดเด่นย่อมสามารถดึงดูดพนักงานหัวกะทิ  องค์การระดับ Top 5 ของไทย  หัวกระไดไม่เคยแห้งเพราะใครๆก็อยากร่วมงานด้วย และพนักงานที่เรียกได้ว่าเป็น Talent worker ที่หลั่งไหลเข้ามาสมัครงานกับองค์กรนี่เอง จะกลายเป็นกระบอกเสียงสำคัญที่เสริมให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์องค์การเด่นชัดขึ้น   และมันจะเกิดปฏิกิริยาดึงดูดต่อเนื่อง  พนักงานระดับหัวกะทิจากที่อื่นจะเรียงหน้าเข้ามาให้องค์การเลือกใช้งานไม่หยุดหย่อน

ไม่เท่านั้น  คนใหม่ที่เก่งและพร้อมต่างเข้ามาในองค์การ และยังสามารถดึงดูดและรักษาพนักงานเดิมให้อยู่กับองค์การได้ได้อีกด้วย  เพราะแบรนด์องค์การ เป็นสิ่งที่สะท้อนและการสร้างคุณค่าให้กับพนักงานในองค์กรได้อีกด้วย หากพนักงานภูมิใจที่ได้บอกว่า เขาเป็นคนขององค์การ เขาจะไม่ไปจากองค์การ และในขณะที่คนเก่งต่างเรียงหน้าเข้ามาให้องค์การเลือกคนเก่าก็จะพัฒนาตัวเองให้ยังคู่ควรกับองค์การ

องค์การน่าจะมองเห็นแล้วว่า การสร้างแบรนด์ให้กลายเป็นองค์การที่ได้รับการยอมรับในเรื่องชื่อเสียงนั้น เป็นการขยายโอกาสให้องค์การสามารถมีตัวเลือกได้มากขึ้น ผู้สมัครงานเก่ง ๆ จะเดินเข้ามาหา และพร้อมที่จะให้คุณยื่นข้อเสนอ ในขณะที่สามารถคัดกรองคนที่ต่ำกว่าคุณสมบัติที่ต้องการออกไปได้ เพราะในสนามที่ต้องการค้นหาดวงดาว หากผู้สมัครบางคนที่ยังไม่สามารถทำตัวให้เป็นดาวจรัสแสงได้ก็คงไม่เอาตัวเองเข้ามาในสงครามค้นหาดวงดาวเป็นแน่

และสุดท้ายแล้วเมื่อแบรนด์องค์การมีความชัดเจน เข้มแข็ง และสามารถสร้างมูลค่าและคุณค่าได้แล้ว พลังแห่งการดึงดูดจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่เพียงแต่ดึงดูดคนเก่ง ยังจะดึงดูดแหล่งทุน คู่ค้า พันธมิตร และลูกค้าชั้นดีมาให้องค์การ

ในมุมของผู้สมัครงาน หากคุณต้องการเป็นส่วนหนึ่งในองค์การที่มีชื่อเสียง  การพัฒนาตนเองเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้เลย การแข่งขันของผู้หางานจะทวีความเข้มขันขึ้นอย่างแน่นอนเกณฑ์การพิจารณา และ รูปแบบการทดสอบคนที่พร้อมจะมาเสริมแบรนด์องค์การให้โดดเด่นไม่ใช่เรื่องง่าย หากคุณกำลังมุ่งหวังไปที่องค์การระดับประเทศ จงอย่าหยุดที่จะเพิ่มแสงสว่างให้ตัวเอง จงพัฒนาสมรรถนะและแสวงหาองค์ความรู้และทักษะการทำงานไว้ให้มาก

 

ตำแหน่งไม่สูงเงินเดือนดี ตำแหน่งดีเงินเดือนไม่สูง เลือกอะไรดีนะคนหางาน

สำหรับเด็กจบใหม่ที่เพิ่งหางานทำการได้งานทำคือสิ่งดี และการดีงานที่อยากทำพร้อมได้เงินเดือนที่เลี้ยงชีพได้คือที่สุด  แต่สำหรับคนที่ทำงานมีประสบการณ์แล้วและกำลังมองหาความก้าวหน้าในชีวิต  น่าจะเคยผ่านหรือกำลังประสบกับสถานการณ์ที่ ตำแหน่งหน้าที่การงานความรับผิดชอบ และ ค่าตอบแทนแปรผันกัน นั่นคือ ตำแหน่งงานไม่สูงแต่อยู่ในองค์การที่สามารถให้ค่าตอบแทนและเงินเดือนดี  หรือในทางตรงข้ามก็คือ  ตำแหน่งงานดีอยู่ในระดับหัวหน้าหรือผู้จัดการแต่เป็นองค์การที่ให้เงินเดือนไม่สูง

เหตุการณ์เช่นนี้ท้าทายคนหางานมากพอสมควร  ยิ่งคนที่คิดว่าต้องขยับขยายหน้าที่การงานและวางแผนสู่การจัดการการเงินเพื่ออนาคตด้วยแล้ว บางทีก็คิดไม่ตกเช่นกัน  เราเห็นใจคนหางานทุกคนที่กำลังอยู่ในช่วงแห่งการตัดสินใจ จึงขอนำเอาหลักการพิจารณาที่น่าจะใช้เป็นแนวทางให้คุณเลือกได้ว่า  ระหว่างเงินเดือนกับตำแหน่ง คุณควรเลือกสิ่งไหน

ลำดับแรก หลักเหตุผลที่ง่ายที่สุดที่จะนำมาซึ่งคำตอบ บางคนสามารถตัดสินใจได้ง่ายๆจากการ จัดลำดับความสำคัญในชีวิตของคุณให้ชัดเจน หากคุณพิจารณาแล้วพบว่าช่วงชีพในตอนนี้ต้องการที่จะเก็บเงินเพื่อสร้างตัว และมีแผนในการสร้างความก้าวหน้าในชีวิตเป็นช่วงเวลาเช่น ตั้งเป้าหมายว่าจะขึ้นสู่ตำแหน่งผู้จัดการให้ได้ใน 5 ปี  คุณสามารถเลือกงานที่ให้เงินค่าตอบแทนสูงกว่าได้  และในระยะเวลาที่กำหนดไว้นั้นคุณสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่จะขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นได้ เช่น คนในวัย 20 ปลาย ถึง 30 ต้น เช่น 28-32 ปี คิดเช่นนี้ได้

ในทางตรงกันข้าม หากคุณอยู่ในช่วงวัยที่การมีตำแหน่งงานสำคัญต่อภาพลักษณ์ในอวดวงอาชีพแล้ว เช่น วัน 40 ปี ขึ้นไป การเลือกงานในตำแหน่งที่สูง ย่อมดีกว่า และยิ่งถ้าคุณไม่มีความลำบากเรื่องเงินยิ่งควรเลือกตำแหน่ง  และไม่ใช่เราให้คุณปฏิเสธเงินค่าตอบแทนที่มากกว่า แต่เราจะบอกให้คุณรู้ว่าตำแหน่งที่สูงกว่าสำหรับคนวัย 40 ปีขึ้นไปจะเป็นใบเบิกทางสู่อนาคตให้คุณ เพราะว่า คุณสามารถเก็บประสบการณ์ในตำแหน่งนี้เพื่อขยับขยายตัวเองไปสู่ตำแหน่งเดียวกันหรือสูงกว่าในองค์การอื่น อีกทั้งการทำงานในตำแหน่งที่มีอำนาจความรับผิดชอบสูงจะนำคุณไปสู่สังคม  เช่น แวดวงของนักบริหาร นี่จะเป็นจุดที่นำพาคุณสู่ความก้าวหน้าในหนาที่การงานที่ดียิ่งขึ้น และ สามารถนำคุณไปสู่การสร้างรายได้ที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

เหตุผลเรื่องความจำเป็นและช่วงวัยอาจจะไม่สำคัญสำหรับบางคนเลยก็ได้ หากคุณรู้ว่าตัวเองมีแรงจูงใจเป็นอย่างอื่น เช่น ความท้าทาย หรือ การที่อยากจะทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่อตอบสนองความตั้งใจของตนเอง หรือ ทำเพื่อผู้อื่น ในจุดนี่ชื่อตำแหน่งหรือเงินเดือนจะไม่สำคัญเลย แต่คุณจะพิจารณาที่เนื้องานมากกว่าว่าคุณอยากทำงานอะไร เพื่ออะไร แบบนี้เป็นการนำตัวเองออกมาจากกรอบและให้อิสรภาพกับตัวเองอย่างชัดเจน

ขาย ขาย ขาย งานขายไม่มีวันตาย เตรียมตัวให้พร้อมสู่อาชีพนักขายมือทอง

 หากคุณกำลังหางานทำอยู่ละก็  แน่นอนว่าในการค้นหาประกาศรับสมัครงานคุณจะเห็นประการรับสมัครงานตำแหน่งพนักงานขาย  หลายคนจะไม่สนใจงานประเภทนี้เพราะคิดว่าเป็นงานที่ต้องตามตื้อให้คนมาซื้อของ  แต่คุณรู้ไหมว่าการขายเป็นหัวใจของธุรกิจ ถ้าธุรกิจไม่สามารถขายสินค้าและบริการได้ จะสามารถมีกำไรมาจากเงินเดือนและดำเนินกิจการได้อย่างไร  และถ้าคุณเข้าใจงานขายมากขึ้นคุณจะรู้ว่ามันไม่ใช่เพียงการพยายามยัดเยียดให้คนมาซื้อสินค้า และนักขายที่ดีต้องทำให้คนอยากมาซื้อสินค้าโดยที่เราอาจจะเล่นตัวนิดๆที่จะไม่ขายได้ด้วยซ้ำไป

       วันนี้ เราอยากที่จะทำให้ผู้ที่กำลังหางานอยู่ มอง “งานขาย” และ ตำแหน่งพนักงานขาย ในมุมมองใหม่ และแน่นอนว่าเรานำเอาเทคนิคในการเพิ่มศักยภาพการเป็นนักขายมือทองมาบอกกันด้วย เพื่อให้คนหางานเตรียมตัวให้พร้อมและมุ่งสู่การสมัครงานในตำแหน่งพนักงานขายได้อย่างมั่นใจ

  1. เริ่มที่เปิดรับและเรียนรู้ อาชีพนักขาย การแสวงหามุมมองที่มีต่องานขายสินค้าและลูกค้า การเตรียมความพร้อมเรื่องความอดทน  ขยัน  มีความทุ่มเท   เป็นเรื่องแรกๆที่นักขายต้องมี
  2. รู้จักสิ่งที่จะขาย โดยต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับบริษัท สินค้าที่ขาย คู่แข่ง ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของทั้งตัวเองและคู่แข่ง รู้เขารู้เราจะทำให้มีโอกาสประสบความสำเร็จในการขายได้มากขึ้น
  3. เข้าใจความเฉพาะของการเปิดการขาย การเสนอขายการขจัดข้อโต้แย้ง การปิดการขาย ซึ่งสินค้าแต่ละประเภท แต่ละอย่างก็จะมีความแตกต่างกันไป
  4. สร้างแรงจูงใจให้กับการขาย มีความกระตือรือร้นในการขายตลอดเวลา เพราะหากคิดว่าขายได้ตามยอดที่ตั้งไว้ก็หมดความจำเป็นต้องเสนอขายแล้ว แบบนี้ถือเป็นนักขายที่ทิ้งโอกาสทองไปอย่างแน่นอน อย่าลืมว่าขายมากค่าคอมมิชชั่นก็มากด้วย
  5. ลูกค้าอาจไม่ใช่พระเจ้า แต่ลูกค้าคือคนที่ต้องใส่ใจ  คุณต้องรู้จักควบคุมจิตใจ และอารมณ์ให้ได้ เพราะแต่ละวันคุณต้องเจอลูกค้าต่าง ๆ มากมาย การตอบสนองลูกค้าให้ลูกค้ามีความรู้สึกว่าได้เกินสิ่งที่หวังไว้คือความสำเร็จของพนักงานขาย
  6. ขายด้วยรูปแบบเดิมๆ ก็ได้ลูกค้าเดิมๆ แต่การขายที่ดีนั้นควรมีการวางกลยุทธ์ที่ดี ทำให้คนอยากซื้อ ไม่ต้อง Hard Sale ดังนั้น การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์การขายจะทำให้คุณเหนือกว่านักขายอื่นๆ
  7. งานขายมีครบทุกอารมณ์ ตื่นเต้น  กังวล สนุกสนาน โดยรวมแล้วเป็นการทำงานที่ค่อนข้างเคร่งเครียด กดดัน และวุ่นวาย  การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าจึงเป็นคุณสมบัติที่ดีที่พนักงานขายพึงมี
  8. ฝึกตัวเองให้มีมีบุคลิกภาพที่คนอยากเข้าหา อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ ไม่สร้างความอึดอัด หรือความลำบากใจให้กับคนอื่น ๆ ไม่ยัดเยียดสินค้าให้ลูกค้า ไม่สร้างความกดดันในการตัดสินใจ

ใครกำลังหางาน พนักงานขายอยู่ละก็อย่าลืมที่จะนำข้อแนะนำทั้ง 8 ข้อไปปรับใช้ดู และคุณอยากจะก้าวไปสู่การเป็นนักขายมือทองได้ไม่ยาก

 

งาน Admin คืออะไร อีกหนึ่งตำแหน่งงานที่ตลาดแรงงานต้องการ

 

หากคุณคือนักศึกษาจบใหม่ที่กำลังหางานทำ เชื่อว่าหลายๆคนจะเจอการประกาศรับสมัครงานในตำแหน่ง งาน Admin หรืองานฝ่ายธุรการ อย่างแน่นอน ตำแหน่งงานนี้มักเปิดโอกาสให้ผู้สมัครงานที่ยังไม่มีประสบการณ์ หรือ มีประสบการณ์ประมาณ 1-2 ปี  หลากๆคนก็อาจจะงงว่าตำแหน่งนี้มีหน้าที่อะไร เพราะมักเปิดรับโดยไม่จำกัดคุณสมบัติว่าต้องจบการศึกษาในสาขาอะไร และเปิดรับผู้ที่จบการศึกษาตั้งแต่ระดับ ปวส. อนุปริญญา  ปริญญาตรี

วันนี้เรามารู้จักกับ  งาน Admin กันเถอะ  และหากคุณคือผู้หางานทีกำลังสนใจตำแหน่งงานนี้ มาดูกันว่าคุณต้องเตรียมความพร้อมอย่างไร เพื่อให้การสมัครงานครั้งนี้ประสบความสำเร็จ

เริ่มกันที่มาทำความรู้จักกับ  งาน Admin หรืองานฝ่ายธุรการ กันก่อน งานนี้มีความสำคัญมากในการทำงานขององค์กร ตั้งแต่ขนาดกลางไปถึงขนาดใหญ่  งานนี้เป็นงานที่มีขอบข่าย และหน้าที่ความรับผิดชอบของงานที่ค่อนข้างกว้าง แต่โดยทั่วไปงาน Admin จะเน้นที่การประสานงานเป็นหลัก เป็นงานที่มีลักษณะของการเป็นฝ่ายสนับสนุนค่อนข้างมาก เห็นได้จาก ผู้ที่ทำงานธุรการสามารถเข้าไปช่วยเหลืองานในฝ่ายอื่น ๆ ได้ เช่น Admin สามารถเข้าไปช่วยงานของฝ่าย HR ในด้านดูแลด้านเอกสาร หรือ ประสานงานกับพนักงาน

โดยภาพรวม งานธุรการจะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลงานเอกสารต่าง ๆ การติดต่อประสานงานภายใน และนอกองค์กร การจัดเก็บ และค้นหาเอกสาร การจัดเตรียมการประชุม ดูแลสถานที่ หรือติดต่อกับฝ่ายอาคาร ในกรณีที่ต้องการใช้สถานที่จัดกิจกรรมต่าง ๆ  ตรวจสอบ และสั่งซื้ออุปกรณ์ออฟฟิศให้กับพนักงาน  ดูแลบริหารออฟฟิศ ด้วยการดูแล ควบคุมการทำความสะอาดของแม่บ้าน   ดูแลพนักงานรับส่งเอกสารที่มาติดต่อกับบริษัทเป็นต้น

ตำแหน่งงาน Admin ยังสามารถแยกออกเป็นสาขาย่อยได้อีก  เช่น Admin กลางทำหน้าที่อำนวยการและดูแลงานด้านธุรการในภาพรวมขององค์การ และยังแยกเป็น อาทิ  Admin ฝ่ายขาย Admin ฝ่ายบุคคล หรือ Admin ฝ่ายการตลาด ซึ่งจะมีหน้าที่ และความสำคัญของงานแตกต่างกันไป ดังนั้น ก่อนจะสมัครงานในตำแหน่งนี้ ควรดูรายละเอียดของงานว่าตรงความสามารถของผู้สมัครงานหรือไม่

คุณสมบัติของผู้สมัครงานในตำแหน่ง Admin  ต้องเป็นคนที่มีทัศนคติ และแนวคิดด้านบวกทำงานในภาวะกดดันได้ มีความคล่องแคล่ว มีใจรักงานบริการ ใจเย็น มีความละเอียดรอบครอบ เพราะต้องทำงานเอกสารและการประสานงาน ดังนั้น ในเรื่องของมนุษย์สัมพันธ์จึงจำเป็นมาก   รวมทั้งต้องสามารถเปิดใจกว้างยอมรับทั้งเสียงตำหนิ และคำชมเชย เพื่อเป็นกำลังใจในการทำงาน

บางครั้ง การทำงานในตำแหน่งนี้ อาจจะต้องเจอกับปัญหา ที่สร้างความยุ่งยากลำบากใจบ้าง แต่หากเราสามารถควบคุม ดูแลงานส่วนนี้ให้ออกมาได้ดี งานของเราก็จะออกมาเป็นดังที่คาดหวัง

ด้านวุฒิการศึกษา การจบการศึกษาที่ตรงกับสายงานก็มีส่วนสำคัญ ผู้หางานที่ต้องการงานด้านธุรการ คือ คนที่มีความรู้ความสามารถ และเรียนจบมาจากสาขาต่าง ๆ ดังนี้ คณะบริหารธุรกิจ (เอกเลขานุการ) สาขาบริหารการจัดการ สาขาบริหารการตลาด สาขาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ  แต่ก็มีหลายองค์การที่เปิดโอกาสให้ผู้สมัครสาขาอื่นๆสามารถสมัครงานนี้ได้และรับเข้าทำงาน