เมื่อผู้สมัครงานอยากถามเรื่องเงินเดือน ถามอย่างไรให้ไม่น่าเกลียด

ในความคิดของคนไทยนั้นการสอบถามถึงค่าจ้าง เงินเดือนเมื่อไปสมัครงานดูจะเป็นเรื่องที่เสียมารยาท แต่จริงๆแล้วนี่คือสิทธิที่คุณควรได้รับทราบอย่างชัดเจน และควรทำความเข้าใจร่วมกันทั้งฝั่งของนายจ้างและลูกจ้าง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง

เราอยากจะบอกคุณว่าการสอบถามถึงเงินเดือนเป็นเรื่องที่ควรทำ และไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่ต้องทำอย่างถูกกาลเทสะ มีจังหวะในการถามที่ดี ไม่อย่างนั้นคุณอาจกลายเป็นผู้สมัครงานที่ดูไม่รู้ความเอาเสียเลยมาดูกันสิว่าถ้าคุณไม่อยากพลาดควรถามเรื่องเงินเดือนอย่างไรให้ไม่น่าเกลียด

ก่อนที่จะสอบถามควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ ช่วงเงินเดือน ของตำแหน่งงานที่คุณสมัครงาน ว่าองค์กรที่คุณไปสมัครงานนั้นจ่ายอยู่ที่เท่าไหร่ มีสวัสดิการอะไร  ข้อมูลเหล่านี้ถ้าสามารถสอบถามจากคนในได้ก็เป็นการดี แต่ก็น้อยนักที่จะรู้ชัดเจนยกเว้นมีระบุไว้ในประกาศรับสมัครงาน

เงินเดือน Salary Survey

แต่อีกช่องทางหนึ่งที่คุณสามารถรู้ได้คือดูจาก Salary Survey  ที่มีหลายองค์กรดำเนินการศึกษา เช่น สมาคมการจัดการงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT)  ซึ่งจะบอกเงินเดือนของแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมที่ออกมาทุกๆปี  ข้อมูลนี้นอกจากจะทำให้คุณเลือกสมัครงานในบริษัทที่เหมาะกับความต้องการของคุณเองยังใช้เป็นข้อมูลเปรียบเทียบข้อเสนอของนายจ้างอีกว่าเป็นไปตามราคาค่าจ้างของตลาดแรงงานหรือไม่

ถามอ้อมๆ อย่าถามโพลงออกไป เริ่มถามจากเรื่องงาน พูดคุยถึงรายละเอียดของงาน ความก้าวหน้าในอาชีพเป็นการแสดงความความสนใจเรื่องตัวงานจึงค่อยเริ่มถามถึงเงินเดือนและสวัสดิการของบริษัท การเริ่มต้นที่ดีจะทำให้ผู้สัมภาษณ์ให้คะแนนบวกกับคุณไว้ในใจ และคุณเริ่มสัมผัสความรู้สึกได้ว่าผู้สัมภาษณ์งานมีความพึงพอใจและสนใจในตัวคุณและมีแนวโน้มจะรับคุณเข้าทำงาน

เงินเดือนนั้นเมาะสมกับความสามารถของคุณ

บางครั้งอีกฝ่ายจะเป็นผู้เสนอเงินเดือนและค่าตอบแทนต่างๆมาให้คุณก่อน อาจจะน้อยกว่าที่คุณคิดไว้ แต่มันไม่จบเท่านั้นนะเพราการเจรจาต่อรองสามารถเกิดขึ้นได้ โดยที่คุณต้องทำให้เขาเห็นว่าคุณมีความสามารถที่จะสร้างผลตอบแทนให้องค์กรมากพอที่เขาจะจ่ายเงินให้คุณสูงขึ้น เมื่อนั้นพวกเขาย่อมยินดีที่จะจ่ายผลตอบแทนดีๆให้คุณ

หากมีการเปิดประเด็นว่าคุณต้องการถามอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ และยังไม่มีการพูดถึงเงินเดือนจงใช้โอกาสนี้ในการสอบถามออกไปอย่างสุภาพ เพราะนี่ละคือสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์จะดูว่าคุณมีท่าทีอย่างไร หากมีคำถามกลับมาว่า

แล้วคุณต้องการเงินเดือนเท่าไหร่ คราวนี้ละคือถามตรงก็ควรตอบตรง แล้วหาเหตุผลมารองรับ โดยควรที่จะเชื่อมโยงว่าเงินเดือนนั้นเมาะสมกับความสามารถของคุณอย่างไร

โปรดรู้ไว้ว่าการสอบถามถึงเงินเดือนไม่ใช่เรื่องเสียมารยาท และควรที่จะสอบถามให้ชัดเจน ในทางตรงกันข้ามหากคุณถูกคำถาม เช่น อีกบริษัทที่คุณไปสมัครมาเสนอเงินเดือนให้คุณเท่าไหร่ คุณไม่จำเป็นต้องบอกไปเพราะจริงๆแล้วอัตราเงินเดือนของแต่ละองค์กรถือเป็นความลับ โดยตอบอย่างสุภาพไปว่า ขออนุญาตไม่ตอบคำถามนี้

เด็กที่เพิ่งจะเรียบจบมาหมาดๆจำต้องเตรียมเช่นไรเมื่อไปสมัครงาน

ทุกปีมีบัณฑิตจบใหม่ร่วมแสนคนทุกคนเมื่อเรียนจบและมุ่งหน้าเข้าสู่ตลาดแรงงาน การสมัครพนักงานเป็นสิ่งที่ทุกคนดุจว่าจำต้องทำด้วยเหตุว่าถึงเวลาที่จะนำวิชาความรู้ที่ได้มาใช้เพื่อสำหรับในการดำเนินงานจริง แม้กระนั้นผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยเมื่อไปสมัครงานและจะพบว่าหน่วยงานต่างๆอยากผู้ที่มีประสบการณ์ แล้วเด็กที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆจะเอาไงดี การตระเตรียมในการสมัครงานก็เลยเป็นสิ่งจำเป็นที่เด็กที่เพิ่งจะเรียบจบมาหมาดๆทุกคนควรจะที่จะทำความเข้าใจไว้เพื่อเพิ่มช่องทางได้งาน พวกเรามาดูไปพร้อมว่าเด็กที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆควรจะที่จะจัดแจงเช่นไรเมื่อจะต้องไปสมัครงาน เริ่มจาก ตอบปัญหาตนเองให้ดียิ่งกว่าต้องการอยู่ในสายอาชีพอะไร หากว่าผู้คนจำนวนมากจะเรียนสาขาวิชาที่มีความเป็นวิชาชีพสูง ได้แก่ วิศวกรรม ศึกษาศาสตร์ การบัญชี แต่ว่าคุณไม่จำเป็นที่จะต้องปฏิบัติงานในสายอาชีพเพียงแค่นั้น จำต้องรู้สึกว่างานไหนที่เหมาะสมกับพวกเรา ทำแล้วสุขสบาย และก็คุณมีความรู้สำหรับปฏิบัติงานอะไรชีวิตการทำงานไม่เหมือนกับการศึกษาเล่าเรียนบางบุคคลเรียนไปแล้วทราบว่าเกลียดชังสิ่งที่เรียน แล้วยังจะมาดำเนินชีวิตกับสิ่งนี้อีกคุณอาจกำลังหลงทาง เมื่อเจอแล้วว่าจริงๆต้องการอยู่ในสายอาชีพอะไร ควรหาเนื้อหาเกี่ยวกับสายอาชีพนั้นๆบางทีอาจขอคำแนะนำคนใกล้ตัว เป็นต้นว่า ครอบครัว เพื่อนพ้อง หรือผู้ที่อยู่ในสายอาชีพที่พวกเราพอใจ แล้วก็คิดแผนไปสู่สายอาชีพนั้นๆบางเวลาคุณอาจจะต้องเรียนรู้อะไรเพิ่มอาทิเช่น การทดลองภาษา หรือ ความรู้ความเข้าใจที่มีใบประกาศนียบัตรเพื่อใช้ประกอบกิจการสมัครไปสู่สายอาชีพที่ปรารถนา ทำแฟ้มผลงาน (Portfolio) เพื่อเก็บรวบรวมผลงาน และก็บอกให้เห็นประสบการณ์ที่มีประโยชน์ต่อการทำงาน ดังเช่นว่า ประสบการณ์การฝึกการทำงาน อบรม กิจกรรม หรืองานนอกเวลาต่างๆที่เคยทำมา ทำประวัติย่อสำหรับใช้สมัครงาน ให้มีความน่าดึงดูดใจ มากยิ่งกว่าการเขียนเพื่อบอกตามแบบฟอร์มเดิมๆจะต้องเอาใจใส่กับประวัติย่อสำหรับใช้สมัครงานให้มากมายด้วยเหตุว่านับว่าเป็นอย่างแรกที่ทำให้บริษัทได้ทำความรู้จักคุณ บ่งบอกถึงความพร้อมเพรียงของคุณต่อการทำงานในตำแหน่งงานที่สมัครแล้วก็แสดงเป้าหมายในอาชีพให้หน่วยงานได้รับทราบ จัดเตรียมเอกสารการสมัครเข้าทำงานงานอย่างรอบครอบ บ่อยครั้งการเตรียมเอกสารที่ไม่เรียบร้อยของผู้สมัครทำให้หน่วยงานไม่ยอมรับการสมัครพนักงานของคนคนนั้นไปเลยเนื่องจากว่ามันสะท้อนถึงความไม่เป็นระเบียบและก็ความรอบครอบ ให้ซีร็อกเอกสารสำคัญต่างๆการันตีสำเนาถูกอย่างถูกทาง ตระเตรียมภาพถ่ายชุดสุภาพเรียบร้อยสำหรับใช้สำหรับการสมัครงานให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอย่าใช้รูปที่สวมชุดเสื้อครุย จัดเอกสารให้ถูกเป็นลำดับ กรอกเนื้อหาเอกสารสำหรับสมัครให้ครบถ้วนสมบูรณ์ สำหรับเพื่อการยื่นเอกสารสำหรับสมัครถ้าหากจะต้องยื่นด้วยตัวเองสมัครงานแต่งตัวให้สุภาพมีมารยาท เมื่อจำเป็นต้องเข้าไปในหน่วยงาน เมื่อส่งเอกสารแล้วควรจะถามไถ่ช่วงเวลาสำหรับในการติดต่อกลับของข้าราชการรับสมัคร เพื่อที่คุณจะได้รู้การตระเตรียมสำหรับในการทดลองในลำดับต่อไป อย่าลืมกล่าวขอบคุณมากข้าราชการที่เกี่ยวกับการสมัครเข้าทำงานงาน แล้วหลังจากนั้นคอยการติดต่อกลับ ถ้าหน่วยงานพึงพอใจในตัวคุณการสัมภาษณ์หรือการทดลองอื่นๆจะเป็นลำดับถัดไป

เรียนรู้ 5 สิ่งสำคัญที่ทำให้เขียนจดหมายสมัครงานของคุณโดนใจนายจ้าง

จดหมายสมัครงาน  คือ อีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้คนหางาน สามารถสมัครงานในองค์กรที่ต้องการได้ การรับสมัครงานทั่วไปนั้นคุณอาจต้องรอให้องค์กรเปิดรับ แต่คุณรู้ไหมคุณเองก็สามารถที่จะเสนอตัวให้องค์กรรู้จักคุณได้เช่นกัน

จดหมายสมัครงานจึงเป็นส่วนสำคัญจะทำให้คุณได้งานที่ใฝ่ฝัน เป็นเหมือนสื่อโฆษณาตัวคุณให้นายจ้างสนใจ หากทำสำเร็จการเรียกสัมภาษณ์งานจะตามมา และนั้นคือกระบวนการที่จะพาคุณเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งขององค์กรฝัน

ถ้าคุณมีฝันจะร่วมงานกับองค์กรใหญ่มาเรียนรู้ 5 สิ่งสำคัญที่ทำให้เขียนจดหมายสมัครงานของคุณโดนใจนายจ้าง กันเถอะ

  1. การรู้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทที่คุณต้องการร่วมงาน เป็นสิ่งแรกที่คุณต้องทำ ควรหาข้อมูลให้มากที่สุดและหาอย่างรอบด้าน สิ่งเหล่านี้มีผลต่อการเขียนจดหมายสมัครงานเพื่อจูงในให้นายจ้างสนใจคุณ เพราะนั่นทำให้เขาเห็นว่าคุณมีความตั้งใจจริงในการเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร ข้อมูลเบื้องต้นที่คุณควรรู้คือ องค์กรของคุณมีสินค้าและบริการอะไร กลุ่มลูกค้าคือใคร มีเป้าหมายองค์กรอย่างไร เพื่อที่คุณจะได้บอกกับองค์กรได้ว่าคุณสามารถเข้ามามีส่วนร่วมให้องค์กรบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร
  2. บอกเขาให้รู้ว่า คุณมีคุณสมบัติสอดคล้องกับตำแหน่งงานที่คุณต้องการสมัคร คุณพร้อมด้วยทักษะอะไรบ้าง ประสบการณ์การทำงานทุกอย่างที่คุณเคยจะส่งผลต่อการทำงานให้ได้ผลสัมฤทธิ์ที่ดีอย่างไร
  3. จำไว้เสมอว่า ในการเขียนจดหมายสมัครงานต้องสื่อสารอย่างกระชับและซื้อใจผู้อ่านให้ได้ภายในย่อหน้าแรก ดังนั้น ตัดสิ่งที่นอกประเด็น หรือไม่เกี่ยวข้อง ออกไป และอย่างลืมที่จะระบุมีบทสรุปที่น่าประทับใจ
  4. เคร่งครัดกับการใช้ภาษาที่ถูกต้องทั้งไวยากรณ์ รูปประโยค ระดับภาษา ความถูกต้องของการสะกดคำ การใช้คำเฉพาะที่ถูกต้อง เพราะสิ่งเหล่านี้สะท้อนความรอบครอบ และสะท้อนลักษณะนิสัยของคุณได้เป็นอย่างดี
  5. คุณควรที่จะร่างจดหมายสมัครงานให้เรียบร้อยแล้ว และตรวจทานเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีข้อผิดพลาด หกตกหล่น ขาดความครบถ้วน ควรที่จะขอคำแนะนำจากคนรอบข้างหรือคนที่ให้คำปรึกษาได้ ยิ่งเป็นคนที่มีประสบการณ์ในการพิจารณาคัดเลือกพนักงานยิ่งเป็นสิ่งที่ดี เพื่อที่จะได้ให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ในการแก้ไขปรับปรุงให้จดหมายสมัครงานของคุณสมบูรณ์ยิ่งขึ้น  เมื่อปรับแก้จดหมายจนเป็นที่พอใจแล้ว การส่งจดหมายสมัครงานไม่ว่างทางอีเมล์ หรือ ทางไปรษณีย์ ต้องทีการระบุข้อความนำส่ง เพื่อแจ้งให้ผู้รับสารทราบว่าคุณส่งจดหมายมาเพื่อวัตถุประสงค์ใด และมีเอกสารใดบ้างที่ส่งมา  และต้องระบุที่อยู่และข้อมูลการติดต่อกลับถึงคุณอย่างชัดเจน

หวังว่าแนวทางข้างต้นจะช่วยให้ผู้สมัครงาน หางานที่ตนเองต้องการ ได้เข้าไปอยู่ในองค์กรในฝันได้อย่างตั้งใจจงจำไว้ว่าการเตรียมพร้อมที่ดีจะนำผลลัพธ์ที่ดีมาสู่คุณ สู้ต่อไปคนหางานทั้งหลาย

IT Talent แบบนี้สิที่องค์กรชั้นนำต้องการตัว

กลุ่มสายงาน IT กำลังเนื้อหอมเมื่อองค์กรต่างๆมุ่งไปสู่การเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล   การปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์ การนำเทคโนโลยี เข้ามาใช้เพื่อสร้างความสามารถทางการแข่งขันต้องได้รับการสนับสนุนจากสายงาน IT เรียกได้ว่าองค์กรกำลังมองหาผู้สมัครงานในตำแหน่งด้าน IT กันเป็นอย่างมาก เรามาดูกันเลยคน IT ตำแหน่งไหนที่เนื้อหอมสุดๆ

อันดับต้นๆ คือ  Software / Application Developers คนที่หางานด้านนี้มักได้งานไม่ยากเลย เพราะความต้องการในการผลิตซอฟท์แวร์รวมทั้งแอปพลิเคชั่นมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หลายองค์กรที่เปิดรับสมัครงานในตำแหน่งนี้

อันดับต่อมาที่ตามมาติดๆคือ ผู้ทำหน้าที่เกี่ยวกับ Database & Analysis  กลุ่มคนที่ทำงานเกี่ยวกับการวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการของตลาด  องค์กรมักเปิดรับสมัครงาน คนที่มีความสามารถด้านการจัดการ วิเคราะห์ และใช้ข้อมูล แม้ไม่ได้จบด้าน IT แต่องค์กรหลายองค์กรก็ต้องการตัว

ต่อมาที่ Cloud Architectures ชื่ออาจไม่คุ้นสำหรับคนนอกสายงาน IT แต่ในวงการเขารู้กันดี เมื่อหลายองค์กรเริ่มนำ Cloud เข้ามาประยุกต์ใช้ โอกาสดีๆสำหรับคนหางานในตำแหน่งนี้กำลังสดใส เลยทีเดียว

IT Business Analysis คือตำแหน่งที่มองหาคนที่มีความเป็นนักธุรกิจ และนักวิเคราะห์ระบบ IT หากคุณกำลังหางานด้านนี้ ไม่นานเกินรอคุณจะได้รับการติดต่อแน่นอน ขอให้คุณสามารถตอบโจทย์การวิเคราะห์และการบริหาร

ต่อกันที่ ตำแหน่งที่ทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้กับระ IT อย่าง Cybersecurity Professionals มีหน้าที่ในดูแลระบบการป้องกันความปลอดภัยงาน IT ขององค์กรไม่ให้ผู้ใช้ความรู้ทางเทคโนโลยีไปในทางที่ผิด เข้าไปค้นระบบฐานข้อมูลของหน่วยงาน  หากคุณคือคนที่มีความสามารถ ตรงตามคุณสมบัติแล้วละก็ไปสมัครงานในตำแหน่งนี้ได้เลย มีหลายองค์กรที่กำลังเปิดรับอยู่

อีกหนึ่งตำแหน่งที่ขาดไปไม่ได้ คือ  Infrastructure หรือผู้ที่มาวางโครงสร้างพื้นฐานระบบ IT ภายในองค์กรยังคงเป็นตำแหน่งงานที่มีองค์กรมีความต้องการสูง  โดยเฉพาะในด้านระบบเครือข่าย และยิ่งถ้ามีทักษะในด้านการวิเคราะห์ หรือ Infrastructure Analysis ยิ่งทำให้คุณได้เปรียบในการสมัครงานตำแหน่งนี้

 

ในโลกที่การแข่งขันด้านธุรกิจเป็นไปอย่างเข้มขั้น สายงานอาชีพ IT เองต้องทันต่อการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา คน IT ต้องหมั่น ศึกษาหาความรู้ แสวงหาเทคนิคใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่อการทำงาน พัฒนาตัวเองให้สามารถทำงานได้หลากหลายสร้างคุณค่าให้คุรเป็นคนที่องค์กรต้องการ

หากเรามองอีกด้านหนึ่งจะพบว่า  ผู้ที่จบมาในด้าน IT โดยตรงบางคนก็เลือกที่จะสมัครงานในตำแหน่งข้างต้น บางคนนั้นมีทางเลือกที่มากกว่าคือการเป็นเจ้าของกิจการ เราจะเห็นได้ว่าตลาดงานยังต้องการคนที่มีความสามารถด้านนี้อีกมากเป็นโอกาสให้คนที่จบไม่ตรงสายงานแต่มีความรู้ความสามารถทำงานข้ามสายงายได้ งานด้าน IT จึงเป็นอีกโอกาสหนึ่งของคนหางาน

ก่อนตกลงทำงาน อะไรบ้างที่คุณต้องคิดให้ดี

เมื่อหางานทำ และได้งานทำ คำถามต่อมาคือ คุณควรทำงานที่นี้หรือไม่ แท้จริงแล้วเรามักถามตัวเองก่อนไปสมัครงาน แต่คำถามนี้ควรถามตัวเองอีกครั้งเมื่อคุณได้ไปสัมผัสองค์กรและได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์กรและงานที่กำลังจะเริ่มขึ้น ดังนั้นก่อนตกลงทำงาน มีสิ่งที่คุณต้องคิดให้ดี ดังนี้

Work-Life Balance

งานที่กำลังจะเข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งนี้ทำให้ Work-Life Balance ของคุณเสียสมดุลไปหรือไม่ งานดีในองค์กรใหญ่บางทีมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต  ตั้งแต่สถานที่ตั้งที่ห่างไกลกับที่พักอาศัยทำให้ไม่ความสะดวกในการเดินทาง  หากต้องหาที่พักใหม่คุ้มค่าในการลงทุนไหม หากต้องเลิกงานดึกคุณคิดว่าการเดินทางของคุณจะเป็นไปอย่างมีสวัสดิภาพหรือไม่  เมื่อคุณต้องแลกทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายการทำงานที่นี้คุ้มหรือไม่ ต้องถามตัวเองอีกครั้ง

ก่อนตกลงทำงาน อะไรบ้างที่คุณต้องคิดให้ดี

ค่านิยมขององค์กรสอดคล้องกับคุณหรือไม่ ภาพลักษณ์ขององค์กรเป็นเช่นไร  เป็นอีกคำถามที่ต้องพิจารณาให้ดีเลยทีเดียว เคยได้ยินคำว่าคับใจอยู่ยากหรือไม่ แม้ว่าในการสมัครงานเราย่อมพิจารณาเลือกองคืกรที่มีชื่อเสียง แต่เมื่อเราเข้าไปสัมผัสแล้วเรารู้สึกศรัทธาในเป้าหมายขององค์กรหรือไม่ ภาพลักษณ์ในสายตาของคนทั่วไปต่อองค์กรเป็นอย่างไร องค์กรเคยเกิดวิกฤตอะไรบ้างและรับมือกับวิกฤตนั้นอย่างไร หากองค์กรเคยให้พนักงานออกในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจย่ำแย่โดยไม่ดูแลสวัสดิการที่สมควร มีเป้าหมายเพื่อกำไรโดยไม่คิดถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม คุณยังอยากทำงานที่นี้อยู่หรือไม่

เงินตอบแทนและสวัสดิการ

ความสมเหตุสมผลของเงินตอบแทนและสวัสดิการ  การให้เงินเดือน โบนัส ไปจนถึง วันหยุดการ ลากิจ ลาป่วย นั้นมีความเหมาะสมและคุ้มค่าหรือไม่  แน่นอนว่าคนทำงานย่อมต้องการค่าช่างและการดูแลให้ชีวิตการทำงานอยู่อย่างมีสวัสดิภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ก็ไม่เสมอไปที่เราเลือกงานจากค่าตอบแทน เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆเช่น ได้เงินน้อยกว่าแต่สบายใจกว่า หรือ ได้เงินมากกว่า แต่ไม่ตรงความต้องการบางอย่างที่ยอมรับได้ คุณต้องคิดว่าตัวคุณและหน้าที่ความรับผิดชอบที่คุณต้องปฏิบัติต่อครอบครัวนั้นการได้เงินเดือนและสวัสดิการเท่านี้มันคุณค่าเหมาะสมหรือไม่

กฎระเบียบและสัญญาจ้าง เป็นธรรมหรือไม่ ต้องอ่านสัญญาอย่างละเอียด มีเงื่อนไขอย่างไร กำหนดรูปแบบการจ้างงานแบบไหน ความมั่นคงในการทำงานของคุณจะเป็นอย่างไร

ความก้าวหน้าและการพัฒนาตนเอง

งานนี้จะทำให้คุณสามารถพัฒนาตนเองและมีหน้าที่ความรับผิดชอบและโอกาสในการเติบโตในสายงานหรือไม่ เราต้องมองภาพว่าตัวเราในองค์กรนี้ในอีก 3-5 ปีจะเป็นอย่างไร มีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งหรอไม่และงานนี้จะช่วยให้เราสามารถใช้ความสามารถที่มีและพัฒนาความสามารถได้ไหม

สภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมในการทำงาน   ทำให้คุณมีความสุขหรือไม่ อัธยาศัยไมตรีของผู้คนที่คุณไปพบเจอในวันสัมภาษณ์งาน บรรยากาศภายในออฟฟิศ เป็นอย่างไร คุณมองเห็นคนที่พอจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีหรือไม่

การตัดสินใจเข้าทำงานที่ใดนั้นเมื่อผ่านขั้นตอนของการสรรหาและคัดเลือกแล้วผู้สมัครงานต้องคิดให้ดีก่อนที่จะตกลงเข้าร่วมงานกับองค์กร การเข้าไปทำงานไม่นานเช่น 1-2 เดือนและลาออกมานั้นเป็นผลเสียทั้งกับคุณที่เสียเวลา และอาจเกิดความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับองค์กร และองค์กรเองก็ต้องมาคัดเลือกผู้สมัครงานใหม่