ก่อนตกลงทำงาน อะไรบ้างที่คุณต้องคิดให้ดี

เมื่อหางานทำ และได้งานทำ คำถามต่อมาคือ คุณควรทำงานที่นี้หรือไม่ แท้จริงแล้วเรามักถามตัวเองก่อนไปสมัครงาน แต่คำถามนี้ควรถามตัวเองอีกครั้งเมื่อคุณได้ไปสัมผัสองค์กรและได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์กรและงานที่กำลังจะเริ่มขึ้น ดังนั้นก่อนตกลงทำงาน มีสิ่งที่คุณต้องคิดให้ดี ดังนี้

Work-Life Balance

งานที่กำลังจะเข้าไปร่วมเป็นส่วนหนึ่งนี้ทำให้ Work-Life Balance ของคุณเสียสมดุลไปหรือไม่ งานดีในองค์กรใหญ่บางทีมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต  ตั้งแต่สถานที่ตั้งที่ห่างไกลกับที่พักอาศัยทำให้ไม่ความสะดวกในการเดินทาง  หากต้องหาที่พักใหม่คุ้มค่าในการลงทุนไหม หากต้องเลิกงานดึกคุณคิดว่าการเดินทางของคุณจะเป็นไปอย่างมีสวัสดิภาพหรือไม่  เมื่อคุณต้องแลกทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายการทำงานที่นี้คุ้มหรือไม่ ต้องถามตัวเองอีกครั้ง

ก่อนตกลงทำงาน อะไรบ้างที่คุณต้องคิดให้ดี

ค่านิยมขององค์กรสอดคล้องกับคุณหรือไม่ ภาพลักษณ์ขององค์กรเป็นเช่นไร  เป็นอีกคำถามที่ต้องพิจารณาให้ดีเลยทีเดียว เคยได้ยินคำว่าคับใจอยู่ยากหรือไม่ แม้ว่าในการสมัครงานเราย่อมพิจารณาเลือกองคืกรที่มีชื่อเสียง แต่เมื่อเราเข้าไปสัมผัสแล้วเรารู้สึกศรัทธาในเป้าหมายขององค์กรหรือไม่ ภาพลักษณ์ในสายตาของคนทั่วไปต่อองค์กรเป็นอย่างไร องค์กรเคยเกิดวิกฤตอะไรบ้างและรับมือกับวิกฤตนั้นอย่างไร หากองค์กรเคยให้พนักงานออกในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจย่ำแย่โดยไม่ดูแลสวัสดิการที่สมควร มีเป้าหมายเพื่อกำไรโดยไม่คิดถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม คุณยังอยากทำงานที่นี้อยู่หรือไม่

เงินตอบแทนและสวัสดิการ

ความสมเหตุสมผลของเงินตอบแทนและสวัสดิการ  การให้เงินเดือน โบนัส ไปจนถึง วันหยุดการ ลากิจ ลาป่วย นั้นมีความเหมาะสมและคุ้มค่าหรือไม่  แน่นอนว่าคนทำงานย่อมต้องการค่าช่างและการดูแลให้ชีวิตการทำงานอยู่อย่างมีสวัสดิภาพและมีคุณภาพชีวิตที่ดี แต่ก็ไม่เสมอไปที่เราเลือกงานจากค่าตอบแทน เพราะยังมีปัจจัยอื่นๆเช่น ได้เงินน้อยกว่าแต่สบายใจกว่า หรือ ได้เงินมากกว่า แต่ไม่ตรงความต้องการบางอย่างที่ยอมรับได้ คุณต้องคิดว่าตัวคุณและหน้าที่ความรับผิดชอบที่คุณต้องปฏิบัติต่อครอบครัวนั้นการได้เงินเดือนและสวัสดิการเท่านี้มันคุณค่าเหมาะสมหรือไม่

กฎระเบียบและสัญญาจ้าง เป็นธรรมหรือไม่ ต้องอ่านสัญญาอย่างละเอียด มีเงื่อนไขอย่างไร กำหนดรูปแบบการจ้างงานแบบไหน ความมั่นคงในการทำงานของคุณจะเป็นอย่างไร

ความก้าวหน้าและการพัฒนาตนเอง

งานนี้จะทำให้คุณสามารถพัฒนาตนเองและมีหน้าที่ความรับผิดชอบและโอกาสในการเติบโตในสายงานหรือไม่ เราต้องมองภาพว่าตัวเราในองค์กรนี้ในอีก 3-5 ปีจะเป็นอย่างไร มีโอกาสได้เลื่อนตำแหน่งหรอไม่และงานนี้จะช่วยให้เราสามารถใช้ความสามารถที่มีและพัฒนาความสามารถได้ไหม

สภาพแวดล้อม และวัฒนธรรมในการทำงาน   ทำให้คุณมีความสุขหรือไม่ อัธยาศัยไมตรีของผู้คนที่คุณไปพบเจอในวันสัมภาษณ์งาน บรรยากาศภายในออฟฟิศ เป็นอย่างไร คุณมองเห็นคนที่พอจะเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีหรือไม่

การตัดสินใจเข้าทำงานที่ใดนั้นเมื่อผ่านขั้นตอนของการสรรหาและคัดเลือกแล้วผู้สมัครงานต้องคิดให้ดีก่อนที่จะตกลงเข้าร่วมงานกับองค์กร การเข้าไปทำงานไม่นานเช่น 1-2 เดือนและลาออกมานั้นเป็นผลเสียทั้งกับคุณที่เสียเวลา และอาจเกิดความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับองค์กร และองค์กรเองก็ต้องมาคัดเลือกผู้สมัครงานใหม่

หางานให้ได้งาน เรื่องไม่ยากที่คุณก็ทำได้

ช่วงเวลาของการหางานทำนั้น เป็นช่วงเวลาที่อาจทำให้เกิดความเครียดหากคุณรองานเป็นเวลานาน ยิ่งถ้าใครที่มีเหตุให้ต้องตกงานกะทันหัน ความเครียดยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีก ความรู้สึกหนึ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่กำลังหางาและไม่ได้งานซักที คือ ความท้อแท้ หมดหวัง ถ้าคุณอยู่กับความรู้สึกแบบนี้นานๆเข้าไม่เป็นผลดีแน่นอน  บางทีคุณอาจต้องเริ่มจากการตั้งสติให้ดีและพิจารณาสิ่งเหล่านี้

  1. ถามตัวเองว่างานที่สมัครไปใช่งานที่มองหาและเหมาะสมกับคุณจริง ๆหรือไม่

บางคนต้องการงานให้เร็วที่สุดเพราะความกดดันหลายอย่างทั้งจากครอบครัว และเรื่องค่าใช้จ่ายที่ บีบรัด จึงมองข้ามการตระหนักถึงความต้องการที่แท้จริง  แม้จะมีคติที่ว่า ไม่เลือกงานไม่ยากจน ใช่ !!!การไม่เลือกงานเป็นสิ่งดี แต่การฝืนสมัครทำงานที่ไม่ตรงความสามารถ ความถนัด ก็อาจเป็นเหตุให้ผู้ว่าจ้างมองไม่เห็นศักยภาพในตัวคุณและปฏิเสธการจ้างงานก็เป็นได้  ลองคิดทบทวนให้ดีว่าคุณทำงานอะไรได้ดี ทำแล้วมีความสุข เลือกสมัครงานที่ตรงความต้องการและทุ่มเทโฟกัสลงไปอาจดีกว่า

หางานให้ได้งาน เรื่องไม่ยากที่คุณก็ทำได้

  1. คุณมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะกับการทำงานหรือไม่

บางคนนั้นคิดว่าตัวเองจบมาเกรดเฉลี่ยสูง เคยผ่านงานในองค์กรใหญ่มา แต่มีพฤติกรรมที่เป็นน้ำเต็มแก้ว คนแบบนี้องค์กรคิดว่าพัฒนาไม่ได้ คุณจะกลายเป็นตัวเลือกที่ถูกตัดออก จึงควรที่จะรักการเรียนรู้และเคารพผู้อื่น หรือบางคน ว่างงานไปพักใหญ่ ใช้ชีวิตสบายตามใจฉัน สภาพไม่พร้อมกับการทำงาน ละเลยชีวิตแบบคนทำงาน แบบนี้ถ้าไปสมัครงานด้วยความไม่พร้อม ก็ไม่แปลกที่เขาจะปฏิเสธคุณ ดังนั้นจงปรับพฤติกรรมให้พร้อมเข้าสู่การทำงาน  เตรียมความพร้อมไว้เสมอ หากถูกเรียกสัมภาษณ์งานอีกครั้งโอกาสได้งานไม่น่าจะเป็นรื่องยาก

  1. นี่สมัครงานใหม่ นะคุณ เรซูเม่ สมัยพระเจ้าเหาปรับปรุงใหม่หน่อยไหม

ข้อมูลในเรซูเม่ต้องอัปเดทให้เป็นปัจจุบัน ระบุข้อมูลที่จะบ่งชี้ว่าคุณเหมาะกับงานใหม่ที่สมัครไป ทำให้เกิดความประทับใจตั้งแต่ HR ไปถึงนายจ้าง  เรซูเม่ที่ว่างเปล่า ไม่สามารถระบุว่าคุณมีความสามารถอะไร ยังไง นั้นช่างไม่น่าสนใจเอาซะเลย ถ้าคุณคิดว่าคุณคือเด็กจบใหม่ไร้ประสบการณ์ยังมีวิธีเขียนให้รู้ว่าคุณได้ผ่านกิจกรรมอะไรมาบ้าง หรือ ถ้าคุณคือคนที่ตกงานมานาน ถ้าสามารถระบุหลักสูตรที่คุณไปเข้ารบการอบรมมาได้ก็ทำให้เห็นว่าคุณนั้นรักที่จะพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ หลักสูตรดีๆที่มีให้คุณเรียนรู้โดยไม่เสียเงินมีมากมาย ทั้งแบบออนไลน์ ที่ใช้เวลาไม่นาน และแบบที่เข้าไปฝึกประสบการณืจริง อย่าทิ้งเวลาให้สูญเปล่า อัพความรู้ให้ตัวเองไว้รับรองว่านายจ้างจะสนใจในตัวคุณอย่างแน่นอน

ลองให้เวลากับการพัฒนาตัวเอวก่อนไปสมัครงาน ทำตัวให้มีความพร้อมอยู่เสมอ และฝึกตัวเองให้มีใจที่เข้มแข็งยอมรับข้อผิดพลาดและปรับปรุงสักวันคุณต้องได้งานที่เหมาะกับคุณอย่างแน่นอน